New Leaders Forum

vig gambling: Security and the Life Sciences

คาสิโนออนไลน์888ro, Opportunity Day: (11 มิ.ย.) SUPER MTLS COLOR BTS TKTโดยคาดเป็นการขายหุ้น PE ออกจากกลุ่มพงศธร และจะทำการขายหุ้นออกเต็มทั้งจำนวนในสัดส่วน 51% ในราคาไม่ต่ำกว่า 2 บาทเพื่อนำเงินไปชำระหนี้เจ้าหนี้เดิมตลาดได้รับแรงกดดัน หลังจากธนาคารกลางจีนได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจและดัชนี CPI ของจีนสำหรับปี 2558 เนื่องจากมีแรงกดดันช่วงขาลงมากขึ้นต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน ,ทั้งนี้ SVI จะถือหุ้น 100% ในบริษัทที่จะจัดตั้งใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างการจองชื่อ ซึ่งบริษัทใหม่มีทุนจดทะเบียน 35 ล้านบาท ทุนชำระ 5 ล้านบาท โดยแหล่งที่มาของเงินลงทุน จะมาจากเงินสดของบริษัทจากการดำเนินงาน หรือเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินบางส่วนแนวรับ 5.45 แนวต้าน 6.00 PAE รับปีนี้ยังไร้กำไรแต่ขาดทุนลด รื้อแผนเพิ่มทุนเข้าบอร์ดอีกรอบมิ.ย. GPSC-มารูเบนี่-EDEN ร่วมเซ็น MOU รัฐบาลพม่าศึกษาตั้งโรงไฟฟ้าก๊าซ 400 MW CHOW รับงานพัฒนาโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น กำลังการผลิต 30 MWแมคควอรี ผู้ออก DW28 เผยว่า เช้าวันนี้ ตลาดหุ้นไทยรีบาวน์หลังจากปิดลบแรงเมื่อวาน ส่งผลให้ SET50 Call ปรับตัวขึ้นตาม และนักลงทุนบางส่วนให้ความสนใจ SET50 Put โดย DW28 ที่มีการซื้อขายหนาแน่น เช่น S5028C1506A และ S5028P1506B ส่วน DW บนหุ้นรายตัว ยังคงได้รับความสนใจในกลุ่มเทคโนโลยี เช่น TRUE28C1509B และ JAS28C1510A เป็นต้น ,แรงซื้อหุ้นใหญ่ฟื้นตัวหนุนดัชนี SET กลับมายืน 1500-03 จุด แกว่งตัวขึ้นต่อไป คาดแกว่งขึ้นในกรอบ 1,490-1,520 จุด หุ้นไทยได้รับปัจจัยบวก ปัจจัยต่างประเทศทั้งราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นหนุนบรรยากาศเก็งกำไรหุ้นพลังงาน และการที่ MSCI ตัดสินใจยังไม่เพิ่มหุ้น China A-Shares เข้าไปในดัชนี MSCI Emerging Market ช่วยลดความกังวลน้ำหนักตลาดหุ้นเกิดใหม่จะถูกลดและโยกไปยังหุ้นจีน ช่วงบ่ายเราคาดตลาดยังอยู่ในช่วงบวก โดยคาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นหนุนจิตวิทยากลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งโมเมนตัมการเก็งกำไรกลุ่มนี้จะต่อเนื่องมากหรือน้อย ขึ้นกับการประกาศรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สินธนาคารพาณิชย์รายเดือน (ธ.พ.) ในช่วงเย็นนี้ ของ TISCO ซึ่งหากออกมาดีจะหนุนบรรยากาศการเก็งกำไร ขณะที่หากกนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เราคาดหุ้นธนาคารอาจลดเพียงเล็กน้อย แต่จะเป็นโอกาสซื้อที่ดี โดยรวมเรามองหาจังหวะซื้อในหุ้นกลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยว และอาจเก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน ในหุ้นพลังงานตามราคาน้ำมันดิบ (แนวต้าน: 1,510-1,520 // แนวรับ: 1,490 และ 1,497)SMT (Bt 10.70 เป้าเทคนิค 11-12 cut loss ถ้าหลุด 10)SUTHA แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านสำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคต มองบริษัทยังสามารถเติบโตต่อไปได้อีกมากตามการขยายตัวของความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ ทั้งในภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่งสำหรับธุรกิจก่อสร้างสถานีวัด และระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ รวมถึงธุรกิจก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ ผนวกเข้ากับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมโดยรวม จะส่งผลให้ธุรกิจระบบปั๊มอุตสาหกรรมของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรมสามารถขับเคลื่อนตามไปได้,TOPM15/52.98 Short ยังไม่ได้ รอเปิดอีกครั้งที่ 53 บาท เป้าหมายทำกำไร 51 บาท ตัดขาดทุนที่ 53.70 บาท ,ขณะที่เงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 680% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 50,230 ล้านบาท โดยมีกิจการขนาดใหญ่ที่มีขนาดเงินลงทุนตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนรวม 63 โครงการ เงินลงทุน 227,680 ล้านบาทบล.เคจีไอ ระบุในบทวิเคราะห์ (11 มิ.ย.) ว่าแนะนำ ซื้อเก็งกำไร VGI* (เป้า Consensus 5.4 บาท) 1) ประเมินรูปแบบราคามีโอกาสรีบาวด์ หลังสร้างฐานในกรอบ 4.3 บาทในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หากดีดพ้นแนวต้านสั้นที่ 4.54 บาท มีโอกาสปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 4.8 บาท และกำหนดจุด Stop loss ที่ 4.2 บาท 2) ในเชิงกลยุทธ์คาดราคาหุ้นสะท้อนข่าวลบเรื่องธุรกิจสื่อโฆษณาใน Modern trade ไปแล้วขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียได้รับแรงหนุนจากสัญญาณด้านบวกของการเจรจาหนี้กรีซ โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่า นางอังเกล่า แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี อาจจะยอมรับเงื่อนไขการปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซอย่างน้อย 1 เงื่อนไข ซึ่งถือเป็นข้อกำหนดที่กลุ่มเจ้าหนี้จะใช้ประกอบการตัดสินใจในการให้ความช่วยเหลือกรีซสำหรับโครงการแรกนี้คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/59 เป็นต้นไป นอกจากนั้นหลังจากนี้มีความเป็นไปได้ที่จะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในเฟสต่อไป หากได้โครงการที่เหมาะสม สอดคล้องกับแผนการลงทุนของบริษัท。

เงินบาทเปิดแข็งค่าต่อหลังกนง.คงดบ. รอดูยอดค้าปลีกสหรัฐฯ คืนนี้กราฟ 10 นาที ย่อตัวสลับออกมา แต่สัญญาณลบจาก MACD ยังอยู่เหนือเส้น Zero Line มองเป็นการพักฐานในกรอบทางขึ้น รอรับเมื่ออ่อนตัว แนวรับ 989, 985 จุด แนวต้าน 997, 1002 จุด สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 11 มิ.ย.58 ฟิทช์คาดว่าผู้ประกอบการทุกรายจะยังคงแข่งขันกันรุนแรงทั้งในด้านค่าบริการข้อมูล และกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องโทรศัพท์ เพื่อเพิ่มการใช้บริการด้านข้อมูล AIS น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดสำหรับการเติบโตในส่วนของการใช้ข้อมูล เนื่องจากคุณภาพเครือข่ายที่ดีกว่าผู้ประกอบการรายอื่น AIS ได้มีการลงทุนขยายเครือข่าย 3G อย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สถานะด้านการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่งในด้าน Non-voice service ของ AIS แข็งแกร่งขึ้นแม้ว่าบริษัทจะไม่มีบริการ 4G ในไตรมาส 1 ของปี 2558 รายได้จาก Non-voice service ของ AIS เติบโตอย่างแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 33.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ 26.7% ส่วนแบ่งทางการตลาดของรายได้ Non-voice service ของ AIS ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.6% เป็น 50.5% ในไตรมาส 1 ของปี 2558 จาก 47.9% ในไตรมาส 1 ของปี 2557ทั้งนี้ผลประกอบการที่ดีขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายคืนหนี้และดอกเบี้ยให้กับสถาบันทางการเงินเหลือ 12-13 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 22 ล้านบาท หลังจากบริษัทได้เพิ่มทุนไปเมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้ง บริษัทยังได้รับประโยชน์จากต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 60 เหรียญ/บาร์เรล อีกทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนค่ายังช่วยสนับสนุนให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น SET ปิดเช้าบวก 9.76 จุด TPIPL ซื้อ-ขายสูงสุด 1.04 พันลบ.,Reason: ปัจจุบันราคาหุ้นเริ่มปรับตัวลงและไม่ผ่านเสนแนวโน้ม ขณะที่เครื่องมือทางเทคนิค RSI ส่งสัญญาณลบทั้งในแง่ของการปรับตัวลงไปในทิศทางเดียวกับราคาหุ้น กรณีหลุดแนวรับ 1.8 อาจส่งผลให้หุ้นปรับตัวลงแรงPF Trading buy ปิด 1.02 แนวรับ 1.01-0.98 แนวต้าน 1.07-1.10,โดยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรที่แข็งแกร่งเกินคาดได้หนุนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักรดีดตัวขึ้น โดยหุ้นโตชิบา แมชีน พุ่งขึ้น 4.4% และหุ้นโอเคเค ดีดขึ้น 2.8%、pokemon shield、ส่งผลให้คาดว่าอัตราการกำไรขั้นต้นในปีจะอยู่ในระดับสูงราว 24.5% คาด Backlog ในมือปัจจุบันที่ 808.5 ล้านบาท จะรับรู้ราว 94% ในปีนี้ ซึ่งหากรวมกับรายได้ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา จะมีรายได้ที่จะรับรู้ในปีนี้คิดเป็น 75% ของประมาณการรายได้ในปีนี้ นอกจากนี้การรับรู้ขาดทุนจากบริษัทลูกจะลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้แล้วเสร็จ และคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ภายในปี 58 นี้ทั้งหมด ทั้งงานทำโกดังสินค้า งานเขื่อนเขาระกำ และงานชลประทานที่ตราด และบริษัทฯยังไม่มีแผนที่จะให้บริษัทลูกรับงานเพิ่ม แต่จะใช้ผลขาดทุนสะสมในบริษัทลูกมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับบริษัทแม่ คาดจะส่งผลให้ภาระทางภาษีของบริษัทในอนาคตลดลง และหนุนผลกำไรให้โตโดดเด่นได้ , แนะนำซื้อ SAMCO โดยมีแนวรับที่ 5.05 และ 5.00 และมีแนวต้านที่ 5.50 และ 5.65 เป็นจุดขายทำกำไรทั้งนี้เริ่มต้นคำแนะนำ ถือ เป้าหมายปี 58 ที่ 10.40 บาท งาน margin ดีหนุนกำไรโดดเด่น มี Backlog ในมือกว่า 80% ของประมาณการรายได้ ในช่วงครึ่งปีหลังลุ้นงานจากทั้งภาครัฐ และเอกชน จึงเริ่มต้นคำแนะนำ ถือ โดยมีเป้าหมายปี 58 ที่ 10.40 บาท อิงจาก justified PE Ratio = 17 เท่าอีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อกิจการธุรกิจพลังงานทดแทน 1 โครงการ มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถสรุปดีลดังกล่าวภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยที่มาของเงินลงทุนจะมาจากการแปลงสภาพวอร์แรนต์ ซึ่งจะครบกำหนดในเดือน ม.ค.59 โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่จะเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เป็นต้นไป คาดว่าจะได้เงินมากว่า 300 ล้านบาทส่วนหุ้นกลุ่มการเงินนั้น หุ้นซิตี้กรุ๊ป และหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ต่างก็ปรับขึ้นกว่า 1.6% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ปรับตัวขึ้น 1.6% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ โดยหุ้นเชฟรอน ดีดขึ้น 1.4% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 2.1% และหุ้นฮัลลิเบอร์ตันทะยานขึ้นกว่า 2%KCM จับตาหุ้นตัวนี้ดูให้ดี เพราะกำลังจะมีดีลขนาดใหญ่เกิดขึ้นกับบริษัที่ทำให้พื้นฐานแข็งแกร่งขึ้นผิดหูผิดตา หลังจากที่เด็กแนวได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมดูโรงงานบริษัทและเห็นศักยภาพในการผลิตหลังคาเหล็ก โครงสร้างเหล็กต่างๆ แล้วสิ่งที่บอกว่าจะเป็นอนาคตไม่ใช่อยู่ตรงนั้น แต่เป็นการขายบ้านสำเร็จรูป ที่กำลังจะ intrend อย่างแรง เป็นบ้านที่ทำด้วยโครงสร้างเหล็กทั้งหลัง ใช้เวลาประกอบเร็ว ราคาถูก และบริษัทมีโอกาสได้รับโครงการบ้านเอื้ออาทร รวมทั้งบ้านสำเร็จรูปส่งให้กับชุมชนต่างๆ ซึ่งทำให้รายได้ของบริษัทนั้นอาจขยายตัวหลายเท่าตัวอย่างรวดเร็ว แค่นั้นยังไม่พอการเตรียมเปิดรายค้าปลีกวัสดุก่อสร้างเด็กแนวคาดหมายว่าน่าจะมีการร่วมธุรกิจกับบริษัทค้าปลีกวัสดุขนาดยักษ์ในไม่ช้า ซึ่งถือเป็นการก้าวล้ำไปในธุรกิจที่ยากจะหาคู่เปรียบ เพราะบริษัทเป็นผู้ผลิตโครงเหล็กโดยตรงที่ใช้งานได้หลากหลาย มีมิติที่แน่นอน คำนวณได้แม่นยำทางวิศวกรรม มองอย่างนี้แล้วอนาคตสดใสแน่ ในปี 58 ราคาเป้าหมาย 2 บาท แต่ปีหน้าของบอกว่าราคาไปไกลโพ้น ทั้งนี้ได้เลือกเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มอสังหาฯ แนะนำให้ ซื้อ AP โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 9 บาท อิงจาก P/E ปี 2558 ที่ 10x ซึ่งคิดเป็น 1SD เหนือค่าเฉลี่ยย้อนหลังเจ็ดปี เชื่อว่า AP สมควรที่จะถูก rerate เนื่องจากแนวโน้ม presales ที่แข็งแกร่งในปี 2558 และแนวโน้มอัตราการเติบโตของกำไร CAGR ในอีกสามปีข้างหน้าที่ 12% (ปี 2557-2560) ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 6.7% เท่านั้นIVL Trading buy ปิด 26.0 แนวรับ 25.75-25.0 แนวต้าน 27.25-28.0。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.