The Debate

ตรวจ ลอตเตอรี่ 16 ก ย: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

สมัครเกมฟรีเครดิต,นายปิยะพงศ์ กล่าวว่า สำหรับจุดเด่นของอาคารสำนักงานทั้ง 2 แห่งที่บริษัทดำเนินการเข้ามาเสนอขายในหน่วยทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ นั้น เป็นอาคารใหม่คุณภาพสูงที่มีอายุเพียง 1-2 ปีตั้งอยู่บนทำเลศูนย์กลางของกลุ่มธุรกิจพลังงาน โทรคมนาคม สื่อสารมวลชน องค์กรของรัฐ และธุรกิจสายการบิน ซึ่งพื้นที่เช่าส่วนใหญ่มีสัญญาเช่าแล้วรวมทั้งการเพิ่มทุนในบริษัท ทริปเปิ้ล เอส อีโค่ จำกัด ซึ่งถือหุ้นโดยบริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี จำกัด ตามสัดส่วนการถือหุ้น ที่ PSTC ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 15 เพื่อนำไปศึกษาในโครงการพลังงานทดแทนลม คิดเป็นจำนวนเงินที่ต้องชำระทุนเพิ่ม 2,250,000 บาทสำหรับในส่วนของสินเชื่อที่ให้กับ SSI UK ธนาคารมีแผนที่จะตัดหนี้สูญภายหลังจากการตั้งสำรองเต็ม 100% ตามนโยบายของธนาคารซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากส่วนของสินเชื่อที่ให้กับ SSI คิดเป็นประมาณร้อยละ 0.34 ของสินเชื่อรวมเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (federal funds rate) ไว้ที่ระดับเกือบศูนย์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ภายหลังการประชุมนโยบายการเงินเป็นระยะเวลา 2 วันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำของสหรัฐ และความผันผวนในตลาดการเงินเมื่อไม่นานมานี้,ระยะสั้นมากแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 7.80-8.70 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 7.70 บาทขณะเดียวกัน ธนาคารได้มีการดำเนินการเพื่อที่จะให้รับรู้กำไรที่เกิดจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีอยู่ในพอร์ทการลงทุนของธนาคาร โดยจะมีการบันทึกรับรู้กำไรจากการลงทุนเมื่อมีการขายหลักทรัพย์เกิดขึ้น สำหรับกำไรจากการลงทุนดังกล่าวในไตรมาสนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 7-8 พันล้านบาท ซึ่งจะสามารถลดผลกระทบที่มีต่อกำไรสุทธิของธนาคาร อันเนื่องมาจากการตั้งสำรองในกรณีของ SSI ได้ในระดับหนึ่ง นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่องภายใต้ภารกิจในการขับเคลื่อน มาตรการการเงินการคลังเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในระยะเร่งด่วน ผ่าน โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs วงเงิน 100,000 ล้านบาทหุ้นฟรีพอร์ท-แมคโมแรน ซึ่งเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดในโลกร่วงลง 9.7% หลังบะรุว่า บริษัทอาจจะออกหุ้นใหม่ในวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนหุ้นลา ควินตา โฮลดิ้งส์ อิงค์ ซึ่งเป็นเครือข่ายโรงแรมขนาดใหญ่ร่วงลง 15% หลังประธานเจ้าหน้าที่บริหารซึ่งดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนานลาออกจากตำแหน่ง สำนักข่าวซินหัวรายงาน?สำหรับคุณลักษณะของเสียงที่จะยื่นขอจดเครื่องหมายการค้าได้ กำหนดว่าต้องเป็นเสียงที่ทำขึ้น ไม่ใช่เสียงจากธรรมชาติ และผู้ยื่นขอจดต้องใช้เสียงนั้นมานานจนคนติด เช่น เสียงไอศกรีมวอลล์ เสียงเปิดประตูของร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น เสียงสิงโตคำรามของค่ายหนังเมโทร โกลด์วิน เมเยอร์ (เอ็มจีเอ็ม) ในฮอลลีวู้ด เป็นต้น แต่ไม่ใช่เสียงจากธรรมชาติ เช่น คลื่น ฯลฯทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการจัดหาเงินลงทุนเองทั้งโครงการ ขณะที่บริษัทยังได้รับเงินปันผลจากการถือหุ้นตามสัดส่วนการลงทุนอยู่ และยังมีรายได้ค่าเช่าหรือบริการพื้นที่บนหลังคาที่แน่นอนจากพื้นที่ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ตลอดระยะเวลา 20 ปีCBG Support 39.25 Resistance 40.50 / 41.50 Cut loss 39ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 7.50-8.50 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 7.40 บาทโดยราคาหุ้นทั้งสองที่มีการปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากวันนี้สามารถกลับมาซื้อขายได้ตามปกติวันนี้ (21 ก.ย. 2558) จากที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายสมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนก่อนการซื้อขาย (Cash Balance) ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม-18 กันยายน 2558ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PAE ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 0.36 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 9.09% มูลค่าการซื้อขาย 32 ล้านบาท ด้านราคาหุ้น บริษัท บางปะกง เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ BTC ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 0.37 บาท บวก 0.02 บาท หรือ 5.71% มูลค่าการซื้อขาย 17.55 ล้านบาท ปีนี้การขาดทุนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะขายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไปแล้ว และช่วงที่เหลือของปีนี้ก็คงไม่ขายอะไรอีกแล้ว และก็ไม่มีการ Book กำไรพิเศษอะไรในช่วงที่เหลือ ตอนนี้ธุรกิจหลักก็มีเพลง และทีวีดิจิตอล ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่บริษัทเป็นอย่างมาก มองว่าปีที่แล้วผลการดำเนินเป็น Bottom และมีแนวโน้มดีขึ้น และปีหน้าก็มีโอกาสมีกำไรได้ หากการเปลี่ยนถ่ายจากทีวีอนาล็อคไปสู่ทีวีดิจิตอลสมบูรณ์แบบก็จะทำให้ธุรกิจทีวีดิจิตอลเติบโตอย่างโดดเด่น นางจิราภรณ์ กล่าว,ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 14.60-16.40 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 14.50 บาท,2.58 บาทเป็นแนวต้านสำคัญรอการ Breakในช่วงแรกนั้น ดัชนีฮั่งเส็งเปิดตลาดอ่อนแรงลงตามทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐ หลังจากเฟดมีมติคงดอกเบี้ยและแสดงความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม ดัชนีฮั่งเส็งดีดตัวขึ้นในช่วงสายและปิดตลาดภาคเช้าในแดนบวก。

อย่างไรก็ตาม การขยายไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 50%ตามแผนระยาว 5 ปี (59-63) จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศอยู่ที่ 30% และสัดส่วนรายได้ในประเทศจะลดลงมาอยู่ที่ 50% Most Positive Impact: U (+0.59 จุด) CPF (+0.57 จุด) ADVANC (+0.31 จุด)นายภัทรภพ อิทธิสัญญากร รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ KC เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/58 จะพลิกมีกำไรสุทธิได้ และมีกำไรต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หลังจากได้เปลี่ยนกลุ่มผู้ถือหุ้นและผู้บริหารใหม่ โดยได้จัดทำแผนธุรกิจฉบับใหม่ พร้อมเตรียมลงทุนขนาดใหญ่เพื่อรับรู้รายได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงอาจขายบางโครงการเก่าที่มีปัญหาและไม่ได้สร้างผลประโยชน์ความจริงแล้ว การแช่เยือกแข็งอาหาร ก็คือวิธีแปรรูปอาหารเพื่อการถนอมอาหารอีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยการลดอุณหภูมิของอาหารสดหรืออาหารที่ปรุงสุกแล้ว ให้มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งของอาหาร และเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส โดยที่อุณหภูมิดังกล่าว น้ำในอาหารเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง ส่งผลให้จุลินทรีย์ที่เป็นตัวการให้อาหารเน่าเสียไม่สามารถใช้น้ำในการดำรง ชีวิตได้ จึงช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ รวมถึงช่วยชะลอและยั้บยั้งการทำงานของเอนไซม์รวมทั้งการเกิดปฏิกิริยาทาง เคมีบางชนิดที่เป็นสาเหตุของการเน่าเสียของอาหารได้ ด้วยการแช่เยือกแข็งนี้ จึงทำให้อาหารที่ผ่านกระบวนการมีอายุการเก็บรักษา (shelf life) ที่นานกว่าอาหารสด นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด ที่มีมติด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 1 ในการประชุมเมื่อวานนี้ ให้คงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.25% ต่อไปกราฟระยะสั้นแกว่งตัวขึ้นแบบ Sideway up โดยล่าสุดราคาสามารถดีดตัวขึ้นปิดเหนือเส้น EMA 10 วันได้อีกครั้ง พร้อมทั้งเครื่องมือ RSI + MACD ชี้ขึ้นสนับสนุนทิศทางทั้งคู่ จึงคาดว่าจะปรับตัวขึ้นต่อได้ส่วนการที่ FED คงอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงินหรือไม่ และเม็ดเงินที่คาดว่าจะไหลออกจะกลับมาเป็นไหลเข้าหรือไม่นั้น ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่า คงไม่ส่งผลรุนแรงขนาดนั้น เพราะโจทย์เดิมก็ยังคงอยู่ โจทย์ไม่ได้กลับทิศหรือมีโจทย์ใหม่ เพราะแนวโน้มคือ FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย เพียงแต่ว่าจะปรับขึ้นในช่วงเวลาใดเท่านั้น, ช่วงบ่ายน่าจะอ่อนตัวจนลงต่ำกว่า 1,390 จุด มองช่วงเบ่าย SET Index มีโอกาสที่จะแกว่งซึมลงจนอาจกลับมาทดสอบ 1,390 จุด (หากหลุดจากระดับนี้คาดว่าจะไม่แรงจนถึง 1,385 จุด) ช่วงเช้ามีประเด็นบวกสำหรับกลุ่มส่งออกอาหาร เมื่อสหภาพยุโรป (EU) ผ่อนผันให้ไทยดำเนินแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมายต่อไป จากเดิมที่ต้องให้ไทยแก้ให้เสร็จภายใน 6 เดือนนับจาก เม.ย.58 ซึ่งจะครบกำหนด ต.ค.58 นี้ อย่างไรก็ตาม ภายใน ต.ค. 58 นี้ ขอให้ไทยดำเนินการให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมก่อนอย่างน้อย 3 เรื่องที่สำคัญได้แก่ 1) การประกาศใช้กฎหมายประมงใหม่ 2) การประกาศใช้แผนบริหารจัดการประมงทะเล และ 3) การประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติ2.54 2.68,โดยตลาดคงจะปรับตัวขึ้นได้ในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์อาจจะมีการย่อตัวลง เนื่องจากในวันพุธหน้าจะมีการประกาศตัวเลข PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีน ถ้าออกมาแย่กว่าตลาดคาดก็อาจจะกดดันตลาดฯได้ ส่วนในวันศุกร์หน้าไทยก็จะมีการออกประมาณการฉบับใหม่ของแบงก์ชาติ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะถูกปรับลดประมาณการ GDP ปีนี้ พร้อมให้แนวรับ 1,360 จุด ส่วนแนวต้าน 1,430 จุด、ตรวจ หวย ลาว 29 มกราคม 2563、ขณะที่บริษัทฯ ในประเทศไทยจะถูกตั้งสำรองเพิ่มขึ้นด้วยเพื่อสะท้อนภาระในฐานะผู้ค้ำประกันบริษัทย่อยที่หยุดการผลิตชั่วคราว และธนาคารได้มีการตั้งสำรองสำหรับยอดหนี้สุทธิของบริษัทและบริษัทย่อยในประเทศอังกฤษ ไปแล้วร้อยละ 54 โดยธนาคารมีภาระการกันสำรองเพิ่มเติมจำนวนประมาณ 9,000 ล้านบาท,ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลการซื้อขาย DW28 ในวันศุกร์ พบว่านักลงทุนซื้อสุทธิ DW บนหุ้นเทคโนโลยีและอสังหาริมทรัพย์ เช่น TRUE28C1512B 7.0 ล้านหน่วย ADVA28C1603A 4.0 ล้านหน่วย รวมทั้ง PS28C1511A และ SIRI28C1512A ส่วนทางด้านแรงขายสุทธิ นักลงทุนขายสุทธิ DW ในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในวันศุกร์ เช่น TPIP28C1512A 17.3 ล้านหน่วย และ TTA28C1601A 5.3 ล้านหน่วย ตามลำดับสำหรับคุณลักษณะของเสียงที่จะยื่นขอจดเครื่องหมายการค้าได้ กำหนดว่าต้องเป็นเสียงที่ทำขึ้น ไม่ใช่เสียงจากธรรมชาติ และผู้ยื่นขอจดต้องใช้เสียงนั้นมานานจนคนติด เช่น เสียงไอศกรีมวอลล์ เสียงเปิดประตูของร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น เสียงสิงโตคำรามของค่ายหนังเมโทร โกลด์วิน เมเยอร์ (เอ็มจีเอ็ม) ในฮอลลีวู้ด เป็นต้น แต่ไม่ใช่เสียงจากธรรมชาติ เช่น คลื่น ฯลฯสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.9% ปิด (21 ก.ย.) ที่ 357.83 จุด,ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,585.50 จุด เพิ่มขึ้น 49.65 จุด หรือ +1.09%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,948.51 จุด เพิ่มขึ้น 32.35 จุด หรือ +0.33% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,108.71 จุด เพิ่มขึ้น 4.60 จุด หรือ +0.08%นอกจากนี้ ภาชนะที่ใส่อาหารแช่แข็งเมื่อนำไปอุ่นกับไมโครเวฟแล้ว ก็ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำบ่อยๆ มีงานวิจัยพบว่า พลาสติกที่ถูกนำกลับมาใช้กับไมโครเวฟหลายๆครั้ง จะมีความแข็งแรง การทนความร้อน และมีความปลอดภัยลดลง แต่การแพร่ของสารที่ใช้ขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์จะถูกปลอดปล่อยออกมาสู่อาหารได้มากขึ้น จึงไม่ควรใช้ซ้ำเกิน 2 ครั้ง แต่สามารถนำไปบรรจุอาหารที่ไม่ต้องผ่านความร้อนได้บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์ (18 ก.ย.) GENCOมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 39,155.47 ล้านบาท,ตลอดจนช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ลูกค้าที่มีความต้องการในบริการดังกล่าว สามารถขอรับบริการได้ที่สำนักงานธุรกิจหรือศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศของ ธนาคารฯ ทั่วประเทศ2.60 2.74อนึ่ง ยอดหนี้รวมของ SSI และบริษัทย่อยในประเทศอังกฤษคิดจากจำนวนเงินรวมกันกว่า 22,000 ล้านบาท สำหรับเงินกู้ที่ให้แก่บริษัทย่อยในประเทศอังกฤษนั้นจะมีการตั้งสำรองเต็มจำนวนโดยอยู่บนสมมุติฐานว่าหลักประกันที่มีอยู่จะถูกตีมูลค่าเป็นศูนย์ ในขณะที่ SSI ในฐานะบริษัทแม่ในประเทศไทยจะถูกตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนถึงการลดลงในมูลค่าหลักประกันที่มีอยู่เนื่องจากบริษัทเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ทั้งนี้ การตั้งสำรองหรือตัดหนี้สูญของ SSI และบริษัทในเครือจะมีกจำนวนรวมกันประมาณ 10,000 ถึง 11,000 ล้านบาท。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.