The Debate

ออนไลน์ บา คา ร่า: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

slotxo 918kiss,บล.กสิกรไทย ระบุเทคนิคหุ้นเด่นรอบบ่ายนี้ทั้งนี้ BBL เป็นธนาคารไทยเพียงแห่งเดียว และเป็น 1 ใน 9 ธนาคารต่างชาติที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งสาขาในประเทศเมียนมาร์ ในการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในรูปแบบสาขา โดยธนาคารพร้อมให้บริการทางการเงินเต็มรูปแบบสนับสนุนลูกค้าขยายธุรกิจในประเทศเมียนมาร์" MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่าแนวโน้มลง RSI ปรับตัวลดลงทดสอบระดับ 30" สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET อ่อนระทวย SET เปิดกระโดดลง หลังจากนั้นมีแรงขายเข้ามา กดดันดัชนีลงมาแถวจุดต่ำเดิมอีกครั้งที่ 1479-1480 จุด ด้วยความกังวล 1) ปัญหาหนี้กรีซ 2) กลุ่มพลังงานโดนแรงขาย กังวลประชุมโอเปคศุกร์นี้ จะไม่มีการลดกำลังการผลิต กระทบต่อราคาน้ำมันดิบ และ 3) กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย ตามดอลลาร์สหรัฐที่เริ่มกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง ทั้งนี้ SET index ปิดที่ระดับ 1482.94 จุด -13.11 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ 2.0 หมื่นลบ. กลุ่มหลักกดดันตลาด โดยพลังงาน แบงก์ และ ICT ปิดลบ -1.4%, -1.3% และ -0.8% ตามลำดับ ด้านตลาดภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบราคาปิด 5.70 แนวรับ 5.50-5.40 แนวต้าน 6-6.20บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) หรือ POLARระบุว่า บริษัทได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ในการเข้าลงทุนซื้อที่ดิน จำนวน 34 แปลง (พื้นที่ติดกัน) เนื้อที่รวม 507 ไร่ 1 งาน 16.8 ตารางวา นั้น บริษัทแจ้งว่าทางบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาเป็นบ้านพักตากอากาศเพื่อขายบริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SIMAT ระบุว่า วานนี้ (2 มิ.ย.) บริษัทได้ขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 2.7 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 5.65 บาท ให้กับนายอัมรัตปาลซิงห์ จันทร์ศรีชวาลา ส่งผลให้นายอัมรัตปาลซิงห์ เข้ามาถือหุ้นในบริษัท 0.71% ซึ่งเป็นไปตามแผนการระดมทุนที่จะขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนในวงจำกัด(PP) จำนวน 20 ล้านหุ้น เพื่อนำเงินมาใช้ขยายธุรกิจ โดยเงินที่ได้จากการขายหุ้นครั้งนี้จะใช้ซื้ออุปกรณ์สำหรับระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง (FTTx) และขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมมากขึ้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ณ เวลา 10.25 น. อยู่ที่ระดับ 26.75 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 3.88% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 170.35 ล้านบาท ราคาหุ้นดีดกลับหลังร่วงมาเกือบกว่า 1 เดือน โดยนับตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 31.50 บาท เมื่อวันที่ 7 เม.ย.58 คาดได้เวลาขึ้นรอบใหม่โดยก่อนหน้านี้ นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุนกับผู้ประกอบการรายใหญ่ติดอันดับ Top 3 ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทสนใจทำธุรกิจค้าปลีก (รีเทลช็อป) โดยถือได้ว่าเป็นการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ของบริษัท แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถบอกถึงรายละเอียดในการลงทุนได้、 ก.ล.ต.เพิกถอน โบรกเกอร์ บล.โกลเบล็ก 1 ราย ฐานซื้อขายหลักทรัพย์ลูกค้าเพื่อตัวเองอย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่ารายได้ในปีนี้มีโอกาสทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7 พันล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ(Backlog) กว่า 8 พันล้านบาทแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ อีกทั้งบริษัทยังเดินหน้าเข้าประมูลงานของภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยงานที่บริษัทได้ยื่นประมูลและอยู่ระหว่างการรอผลการประมูลมีมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท คาดหวังจะได้รับงานราว 50% จากมูลค่างานดังกล่าวราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างมากในครึ่งหลังของปี 2557 ยังไม่ส่งผลกระทบทันทีต่อฐานะการเงินของบริษัท โดยราคาขายเฉลี่ยของบริษัทในปี 2557 ลดลง 3.4% จาก 65.58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในปี 2556 เป็น 63.38 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในปี 2557 ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง 8.5% ในช่วงเดียวกัน ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนการขายก๊าซธรรมชาติคิดเป็น 67% ของยอดขายรวมของบริษัทและเพียง 30%-50% ของราคาขายก๊าซธรรมชาติจะปรับตามราคาน้ำมันเตาซึ่งปรับช้ากว่าราคาเฉลี่ยจริง 3 เดือนถึง 1 ปีITD (ปิด 7.70 บาท) ราคาเหมาะสมทางพื้นฐาน 9.10 บาท,โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ขยับไม่ถึง 0.1% แตะ 400.27 เมื่อเวลา 8.10 น.ตามเวลาลอนดอน、ตรวจ สอบ หวย วัน นี้、สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ เพราะได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากนิกเกอิพุ่งขึ้นติดต่อกัน 12 วันทำการเมื่อวานนี้ ,EA ซื้อ กำไรเติบโตสูง ด้วย PE ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อม Upside Risk ในการเข้าถือ WEH: แนะนำ ซื้อ EA ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 30 บาท โดยราคาหุ้นที่ปรับลดลงเป็นโอกาส ซื้อ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ผลการดำเนินงาน EA มีความมั่นคงสูงจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอีก 90MW ตั้งแต่ ก.พ.15 (จากสิ้นปี 14 ที่ 98MW) ส่งผลกำไรเติบโต 89% ปีนี้ เป็น 3.05 พันล้าน บาท และคาดการณ์กำไรจะเติบโตสูงต่อเนื่อง 95% ในปี 2016 เป็น 5.9 พันล้านบาท 2) PE จะลดลงอย่างรวดเร็วจาก 29x ปีนี้ เหลือเพียง 15x ในปี 2016 เนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอีก 90MW ปลายปีนี้ 3) Upside Risk จากโอกาสในการซื้อหุ้น WEH โดยเราได้ทำการศึกษากรณีที่ EA สามารถเข้าซื้อหุ้น WEH ที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานลมรายใหญ่ 660MW ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท จะเป็นการเพิ่มมูลค่า EA อีกประมาณ 5 บาท/หุ้นแค่นั้นยังไม่พอการเข้าไปซื้อกิจการของร้านอาหาร Dean Deluca จะสร้างรายได้ก้อนมหาศาลปีละ 3,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้เลย เด็กแนวจึงมองว่าหุ้นตัวนี้กินยาว ต้องสะสม ด้านเทคนิคราคาหุ้นวิ่งแคบ กล้าๆ กลัวๆ ตามประสาถ้าราคายังไม่แรงไม่มีใครตาม เว้นแต่คนมองยาวเข้าสะสมถือว่าได้เปรียบ ถ้าเล่นสั้นแนวต้าน 3.20 บาท แต่ถ้าเล่นยาวราคาพื้นฐาน 5 บาท คิดกันดูว่าเราอยากจะเป็นแบบไหน。

ขณะที่บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 1 หมื่นล้านบาท มาจากยอดขายของโครงการในมือราว 2 พันล้านบาท ปัจจุบันเหลืออยู่ 1 พันล้านบาท ส่วนยอดขายจากโครงการใหม่จำนวน 8 พันล้านบาท และล่าสุดวันนี้บริษัทเปิดโครงการใหม่เป็นโครงการแรกในปีนี้ คือ โครงการคอนโดมิเนียม BE 33 สุขุมวิท 33 มูลค่า 3.3 พันล้านบาท เป็นอาคารสูง 31 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 277 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 210,000 บาทต่อตารางเมตร เปิดจองวันที่ 21 มิถุนายน 58 โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายในวันแรกราว 3.3 พันล้านบาททั้งนี้ CEPSA Chimie Montr al s.e.c เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเพียงโรงงานเดียวที่ผลิต PTA ในแคนาดา โดยบริษัทได้เข้าดำเนินการในโรงงานที่แคนาดาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ รวมทั้งได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Indorama Ventures Gestion Inc, Indorama Ventures Northern Investments และ Indorama Ventures PTA Montreal ตามลำดับGCAP ปิด 3.86 +0.04 +1.05%นายบูรณิศ ยุกตะนันทน์ หัวหน้าสำนักงานกรรมการผู้จัดการบริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCTเปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดสาขาใหม่อุบลราชธานีรองรับตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เผยต้องการปั้นสาขาพื้นฐานบริการลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งเตรียมเปิดสาขาอุดรธานีเพิ่ม คาดไตรมาส 3/58 เปิดให้บริการลูกค้าได้เต็มรูปแบบ,แนวรับ 1470 1460 1450 NOBLE รับปีนี้ขาดทุน ฟุ้งปีหน้าพลิกกำไร หลังมี Backlog ราว 1.9 หมื่นลบ. รับรู้ปี 59,นอกจากนี้การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวยังสอดคล้องกับการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียนด้วย โดยในปี 57 สายธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Packaging Chain) สร้างรายได้เป็นส่วนใหญ่ของธุรกิจกระดาษ โดยมียอดขายและกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย(EBITDA) คิดเป็น 72% และ 79% ตามลำดับส่วนงานบริการ เป็นส่วนงานบริการหลังการขายและงานบริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบ สื่อสารโทรคมนาคมให้กับลูกค้าทั่วไป ซึ่งบริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กล่องดิจิทัลทีวีรุ่นใหม่ภาย ใต้แบรนด์ PlanetComm ออกสู่ตลาด รวมทั้งยังมีแผนจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันเจาะตลาดด้านบริการ Internet Hi-Speed ที่เป็นที่อยู่อาศัย เช่น อพาร์ทเม้นท์, หอพัก และคอนโดมิเนียม คาดเปิดตัวพันธมิตรทางธุรกิจในโครงการต่างๆ อย่างเป็นทางการภายในปีนี้ ,แนวรับ 1470 1460 1450ทั้งนี้ความร่วมมือกับกลุ่ม RATCH ซึ่งมีประสบการณ์สูงด้านการลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศจะช่วยเสริมศักยภาพและเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงินให้กับโครงการทั้งสอง และเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้ จะได้เห็นความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายเพื่อขยายการลงทุนในโครงการอื่นๆ ตามมาในไม่ช้าSET50 Index Futures: รอบบ่ายอัตราการดีดยังจำกัดช่วง 975-979 จุด เพราะเป็นการฟื้นรายทางของภาพระดับ ชม. เท่านั้น โดยประเมินฐานหลักรอทดสอบ 950 จุด ซึ่งแนะนำปิดสถานะ Short ไล่ไปตั้งแต่แนวรับ 960 จุด เพราะการแตะ 950 จุดอาจจะเป็นเพียงการแตะในราย ชม. เท่านั้น Opportunity Day: (3 มิ.ย.) TUF EFORL APCO TRC DEMCO // (4 มิ.ย.) TASCO SEAFCO JSP SAWAD AIT MBKET // (5 มิ.ย.) EASON NCH SAT GPSC SGP // (8 มิ.ย.) STPI UREKA TOG SENA TRUทั้งนี้บริษัทได้วางงบลงทุนไว้ 1 หมื่นล้านบาทในปีนี้ โดยส่วนหนึ่งจะใช้ในการซื้อสินทรัพย์ที่เป็นโรงแรมราว 5-6 พันล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจา 2-3 แห่ง คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้อย่างน้อย 1 แห่ง มูลค่าราว 2-3 พันล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเพื่อเข้าซื้ออาคารสำนักงาน และศูนย์การค้า รวมถึงการเข้าร่วมทุนในรูปแบบเดียวกับเนอวานาฯสำหรับการซื้อขาย DW บนหุ้นรายตัว มีแรงขายในหุ้นอ้างอิงหนาแน่น ซึ่งส่งผลให้ Put DW ปรับตัวขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น PTT28P1511A +2.2% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวลง -1.4% TRUE28P1509A +8.2% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวลง -3.5% เป็นต้น ตัวเลข factory order ของสหรัฐ ออกมาไม่ค่อยดี จึงมีแรงขายดอลลาร์ออกมา บาทเลยแข็งค่าขึ้น นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่คาดว่าพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.60-33.80 บาท/ดอลลาร์,ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดในแดนบวกวันนี้ หลังจากที่เอชเอสบีซี โฮลดิงส์ เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนในเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.5 ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือน เทียบกับ 52.9 ในเดือนเม.ย.?อนึ่ง การประชุม World Gas Conference 2015 มีขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 มิ.ย. ณ กรุงปรารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยเป็นงานประชุมวิชาการและแสดงนิทรรศการที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติระดับสากล ซึ่งจัดโดยสมาพันธ์ก๊าซระหว่างประเทศ (International Gas Union:IGU) ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี โดยการประชุมครั้งนี้ มีบริษัทผู้นำด้านพลังงานกว่า 600 บริษัท ใน 100 ประเทศเข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกิจอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติบนพื้นที่จัดแสดงกว่า 45,000 ตารางเมตรสำหรับ บริษัท โกเบ สตีล จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1905 ธุรกิจหลักคือเป็นผู้ผลิตเหล็ก และเหล็กลวดเกรดพิเศษ และธุรกิจอื่นๆ。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.