Asia Defense | Security | South Asia

jokerฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา: India’s Submarine Saga

jokergameslotonline,นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูรายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดประจำวันที่ 27-28 ต.ค. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อจับสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าหรือไม่ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ล่าสุด ซึ่งจัดทำโดย CMEGroup s Fedwatch ระบุว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นั้น มีสูงเกือบ 70%หุ้นแนะนำ : Earning Momentum BA SPALI LH KCE MTLS,สำหรับโปรโมชั่นตั๋วเรือในราคาพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้แก่ เส้นทางดอนสัก-สมุย-พะงัน และเส้นทางพะงัน-สมุย-ดอนสัก ลูกค้าสามารถจองซื้อตั๋วเรือได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.58-30 พ.ย.59 ตั๋วโดยสารมีอายุ 3 เดือนนับจากวันที่ซื้อตั๋ว ซึ่งใช้ได้ตลอดเส้นทางทั้ง 2 เกาะ โดยประเภทตั๋วเรือ สำหรับผู้ใหญ่ 400 บาท ,ตั๋วรถยนต์ 4 ล้อ 1,200 บาท และตั๋วรถมอเตอร์ไซด์ 500 บาท (ราคารวมแพคเกจ)、คา บ่า ร่า ออนไลน์、 EPG ตั้งงบลงทุนด้านนวัตกรรมปี 59/60 ราว 100 ลบ.เล็งเพิ่มสัดส่วนรายได้ตปท.。 ผลการประชุม BOJ ไม่มีอะไร Surprise แม้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะยังคงอยู่ในสภาวะถดถอย แต่ตลาดก็คาดไว้อยู่แล้วว่า BOJ จะยังไม่ทำการขยายขนาดของวงเงินในการทำ QE อย่างไรก็ตามยังคงต้องระวังการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นหลังจากที่มีการปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมากว่า 13% อาจมีความเสี่ยงที่จะต้องโดนแรงขายทำกำไรกดดันบ้างทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานเมื่อวันศุกร์ที่แล้วว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 271,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2557 ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปีครึ่ง หรือนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2551 จาก 5.1% ในเดือนก.ย.ในปีหน้าบริษัทวางงบลงทุนรวม 200-300 ล้านบาทเพื่อใช้ในการปรับปรุงระบบและใช้ลงทุนทั่วไปภายในโรงงาน ขณะที่มีแผนการขยายฐานลูกค้าเข้าสู่ตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ (BIG TRUCK) และตลาดรถมอเตอร์ไซค์ ขนาดใหญ่ (BIG BIKE) เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง บริษัทฯได้ตั้งเป้าหมายปี 62 จะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากปัจจุบันยังมีสัดส่วนรายได้ที่น้อยอยู่ อีกทั้งยังสนใจขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดรถยนต์นั่ง และ NON AUTO เช่น เครื่องจักรกลทางการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ,ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) จะยังคงรักษาระดับให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 20-25 % ควบคู่กับการรักษาสัดส่วนตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และมาตรการในด้านอื่นๆ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ตามแผนธุรกิจของบริษัท สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) ADVANC มูลค่าสูงสุด 42 ลบ.แนะนำซื้อ GEL โดยมีแนวรับที่ 0.62 และ 0.61 และมีแนวต้านที่ 0.66 และ 0.70 เป็นจุดขายทำกำไรด้านนายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา กล่าวว่า เขาเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และข้อมูลเศรษฐกิจในปัจจุบันสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ส่วนนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟด สาขานิวยอร์ก แสดงความคาดหวังว่า ตลาดจะปรับตัวได้ดีต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นหลักฐานแสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งทั้งนี้ นักลงทุนจับตาดูรายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดประจำวันที่ 27-28 ต.ค. เพื่อจับสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าหรือไม่ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ล่าสุด ซึ่งจัดทำโดย CMEGroup s Fedwatch ระบุว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นั้น มีสูงเกือบ 70%ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ : 17 พ.ย.2558 รายงาน CPI เดือน ต.ค. ของสหรัฐ (ตลาดคาด Headline CPI ไว้ที่ 0.1% เพิ่มมากขึ้นจากเดือนที่แล้วที่ 0% และคาด Core CPI คงที่ 1.9%)ทั้งนี้ EIA คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวโดยเฉลี่ยที่ 54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2558 และ 56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2559 พร้อมกับคาดว่า ราคาน้ำมันดิบ WTI จะเคลื่อนไหวโดยเฉลี่ยที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เลในปี 2558 และ 51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2559、SET Index ปรับลดลง 6.89 จุด (-0.49%) ปิดภาคเช้าที่ 1,383.31 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 17,090.67 ลบ.นอกจากนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวานนี้ได้อนุมัติการยกเลิกการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนเพื่อขายให้กับบุคคลในวงจำกัด (PP) และการออก PAE-W2 ในวาระ 3-5 แต่ไม่อนุมัติแผนเพิ่มทุนใหม่เพื่อขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมและรองรับการปรับสิทธิ PAE-W1 ในวาระ 6-7 ขณะที่วาระ 3-7 มีความเกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งหากเรื่องใดในวาระหนึ่งไม่ได้รับการอนุมัติจะถือว่าเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับอนุมัติแล้วเป็นอันยกเลิก KTC (BUY:[email protected]): เรายังชื่นชอบกลยุทธ์การตลาดของ KTC ที่ยังเน้นรุกออกโปรแกรมส่งเสริมการขายเพิ่มมากขึ้น โดยช่วง 4Q58 เข้าสู่ High Season และคาด NIM จะเพิ่มขึ้นหลังต้นทุนการเงินลดลง ปี 58 คาดกำไรโต 17.4%YoY และโตต่อ 10%YoY ในปี 59 เมื่อบวกกับยังมี Upside 12% และมีฐานะการเงินแกร่ง จึงคงแนะนำ ซื้อ 。

ราคาหุ้นบริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) หรือSCIปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 9.35 บาท ลบ 0.15 บาท หรือ 1.58% สูงสุด 9.55 บาท ต่ำสุด 9.30 บาท มูลค่าการซื้อขาย 193.48 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เน้นย้ำว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจระยะกลางของข้อมูลที่ได้รับในช่วงก่อนที่จะถึงการประชุมนโยบายการเงินครั้งหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายรายแสดงความวิตกว่าการชะลอการคุมเข้มนโยบายการเงินออกไปอาจจะทำให้ตลาดการเงินมีความไม่แน่นอนมากขึ้น และจะส่งผลให้เกิดความไร้สมดุลทางการเงินBRZ15/1,612แนวโน้มภาคบ่ายเชิงเทคนิค: ในกราฟ 60 นาที ดัชนียังคงอ่อนตัว ปริมาณการซื้อขายลดลง มีแนวโน้มลงมา 1379 เพื่อปิดแกป แล้วขึ้นไปทดสอบแนวต้านแรกที่ 1388,ทั้งนี้ ก.ล.ต. เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. (www.sec.or.th) จึงขอเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือโทรสาร 0-2695-4675 หรือทาง e-mail ที่ [email protected], [email protected] จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2558 ,ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ผันผวนอิงทางลง โดยนอกจากรับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงแล้ว ยังกังวลถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ เฟดในเดือนธ.ค. นี้ FORTH (BUY:[email protected]):ช่วง 3Q58 กำไรโต YoY ตรงตามคาด และทั้งปี 58 คาดกำไรโต 35.1%YoY ส่วนปี 59-60 แนวโน้มสดใสต่อด้วยแรงหนุนจาก FSMART (FORTH ถือหุ้น 45.75%) และการเติบโตอย่างมั่นคงของธุรกิจ EMS และธุรกิจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมี Upside Risk จากลุยตลาดตู้บุญเติมที่ฟิลิปปินส์ต่อ จึงคงคำแนะนำ ซื้อ พร้อมกันนั้นบริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในกลุ่มค้าปลีกเพื่อร่วมมือกันพัฒนาโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ 5 แห่งในแผนงาน คาดว่าจะชัดเจนในปีหน้าทั้งนี้ TACC มีแผนเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 168 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์)หุ้นละ 0.25 บาท แบ่งเสนอขายต่อประชาชน 159 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท 9 ล้านหุ้น โดยจะนำเงินที่ได้ไปใช้ลงทุนในโครงการเครื่องกดเครื่องดื่มแบบอัตโนมัติ (Vending Machine) ตั้งเป้าหมายติดตั้ง 1,500 ตู้ ภายในปี 60 และส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน,EA ราคาปิด 24.00 แนวรับ 23.90 แนวต้าน 25.25สำหรับในไตรมาส 3/58 บริษัทมีกำไรสุทธิ 7.68 ล้านบาท ลดลง 4.67 ล้านบาท หรือลดลง 37.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 12.35 ล้านบาท และงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.58 บริษัทมีกำไรสุทธิ 22.44 ล้านบาท ลดลง 10.51 ล้านบาท หรือลดลง 331.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 32.95 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิลดลงเกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร จากการเปิดสาขาและเพื่อรองรับการเปิดสาขาใหม่ของบริษัท。 ขณะที่บริษัทตั้งเป้าผลประกอบการในระยะ 3-5 ปีจากนี้จะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยราว 15-20% และหากได้รับงานโครงการเมกะโปรเจ็คต์ อาจทำให้ผลการดำเนินงานเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าที่ผ่านมาภาครัฐลงทุนล่าช้า ทำให้ภาคเอกชนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนไปด้วย แต่เชื่อว่าในครึ่งปีหลังของปี 59 จะเห็นความชัดเจนมากขึ้นอนึ่ง ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการบริการ NXT DIGITAL คือ แคสเซิล มีเดีย ซึ่งเป็นผู้ติดตั้งระบบปฏิบัติการที่มีคุณภาพระดับโลก ในการถ่ายทอดสัญญาณบรอดคาสต์ และเครือข่ายดิจิตอล ทั้งในอินเดียและต่างประเทศ DTAC เร่งเปิด 4G เต็มรูปแบบ เผยอยู่ระหว่างเจรจากับ CAT เพื่อพัฒนาคลื่นที่เหลือโดยบริษัท แรบบิทเพย์ ซิสเทม จำกัด(RabbitPay System Company Limited) ดำเนินประเภทธุรกิจให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์หรือผ่านเครือข่ายและการรับชำระเงินแทน และลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทอื่น กำหนดทุนเริ่มต้น 250,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,500,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท, LPN เปิดคอนโด ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท76 1.1 พันลบ.ยอดลงทะเบียน 2 พันราย 、รอยัลสล็อต777joox、คำแนะนำของ ASLซื้อระยะสั้นเมื่อยืน 9.50 หรือปรับตัวซื้อเมื่อยืนแนวรับหลัก 9.00,อนึ่ง นาย สุเรศพล จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ใน APUREสำหรับงานที่เข้าประมูลในช่วงนี้มีมูลค่า 9.6 พันล้านบาทนั้น แบ่งเป็น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) วงเงิน 4 พันล้านบาท การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) 700 ล้านบาท และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 1.7 พันล้านบาท และในส่วนของภาคเอกชนภายในประเทศอีก 1.4 พันล้านบาท และส่งออกประมาณ 1.6 พันล้านบาท และงานประมูลของบริษัทย่อยอีก 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถชนะการประมูลงานได้มากกว่า 20-25%โดยอัตราสูงสุดของราคารับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนแวียนแบบ Feed-in Tariff ซึ่งการคัดเลือกโดยการแข่งขันทางด้านราคาจะพิจารณาจากอัตราส่วนลดเป็นร้อยละของราคารับซื้อไฟฟ้าในส่วนของอัตรารับซื้อไฟฟ้า FiT ในส่วนคงที่เท่านั้น โดยกำหนดสำหรับก๊าซชีวภาพ(น้ำเสีย/ของเสีย) อยู่ที่ 3.76 บาท/หน่วย และชีวมวล แบ่งเป็น ขนาดกำลังการผลิต น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 เมกะวัตต์ อยู่ที่ 3.13 บาท/หน่วย ,กำลังการผลิตมากกว่า 1-3 เมกะวัตต์ อยู่ที่ 2.61 บาท/หน่วย และกำลังการผลิตมากกว่า 3 เมกะวัตต์ อยู่ที่ 2.39 บาท/หน่วย。

New Delhi approved a proposal to purchase six conventional submarines, but given past delays it’s not clear that India’s naval woes will dissipate anytime soon.

India’s Submarine Saga
Credit: Wikimedia Commons

The Indian government has just approved a proposal to purchase six conventional submarines under Project 75 (I). The Indian Defense Minister Rajnath Singh tweeted that the Defense Acquisition Council (DAC) “approved issue of RFP [Request for Proposal] for construction of six Conventional Submarines under Project P 75 (I) under the Strategic Partnership (SP) Model.”

The construction of the submarines is estimated to cost around $5.9 billion. Singh called it “a landmark approval,” as it is the first case processed under the strategic partnership framework for Make in India projects. He added that this will result in a “tiered industrial ecosystem for submarine construction in India.” There can be no doubt about the inordinate delays in this project, considering that this step represents just the RFP approval for an acquisition that was originally sought in the 1990s.

The Strategic Partnership Model (SPM) is a method established under India’s 2020 Defense Acquisition Procedure (DAP) with the goal of encouraging the Indian private defense sector to manufacture four key types of defense equipment: submarines, fighter aircraft, helicopters, and armored fighting vehicles /Main Battle Tanks. The SPM is the latest effort by the Indian government to strengthen and transform the India’s domestic defense manufacturing capability, yet another step toward a decades-long pursuit of self-reliance in defense. Under the SPM, the contract will reportedly be given to “a consortium” made up of an Indian submarine builder and a foreign Original Equipment Manufacturer (OEM).??

India has around 15 conventional submarines in operation, many of which require immediate replacement as they are already obsolete. The Indian Navy also has two nuclear-powered submarines, the INS Chakra (leased from Russia, which is apparently being returned) and the indigenously built INS Arihant. India’s submarine acquisition plans through the earlier Project 75, which was supposed to have been completed by around 2017, have also seen considerable delays. The last three of the six Project 75 Kalvari (Scorpene)-class submarine are expected to enter service only in the next two years.?

The plans under Project 75(I) were for India to build another six advanced conventional submarines in collaboration with a foreign manufacturer.? Toward the end of 2019, South Korea’s Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering joined the race for the contract against four other contenders: Naval Group (France), Navantia (Spain), Rosoboronexport (Russia), and TKMS (Germany). The Swedish defense firm SAAB was originally a contender for the contract, too, but decided to pull out because of the tedious and impractical conditions attached to the bid, especially as they would have to potentially give up control of the joint venture to their Indian counterpart.?

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

At the beginning of this year, the government shortlisted Larsen & Toubro (L&T) and Mazagon Dock Limited (MDL) as partners for submarine manufacturing under the SPM, but the private sector is not pleased with the decision to include MDL because it is a public sector firm which is already engaged in shipbuilding. As next steps, L&T and MDL are to identify their foreign partners as well as come up with technical and commercial proposals.? Under the latest acquisition policy, both L&T and MDL can submit multiple submissions by partnering with more than one foreign OEM. This has all the makings of a chaotic and unsatisfactory process, with clear conflicts of interest rising between the two Indian firms and their (potentially) multiple partners.?

L&T is reportedly upbeat about the government decision and the SPM approach that provides a level playing field to the domestic private industry. Naval technologies are complex and involve significant R&D investment, and given the paucity of naval manufacturing capacity in the domestic context, the few that have made consistent investments in R&D like L&T stand to gain from the opening up of the sector.??

There are other troubles facing India’s submarine indigenization efforts. The last two submarines developed under the earlier Project 75 Kalvari-class (or Scorpene-class) were supposed to be fitted with AIP system. AIP systems allow diesel submarines to stay submerged for much longer. This removes a key vulnerability in diesel submarines: their need to periodically surface. But the slow development of the system by the Indian Defense Research and Development Organization (DRDO) has meant a significant delay for the Indian Navy’s submarine plans.

After considerable delays, the Naval Materials Research Laboratory (NMRL) of the DRDO demonstrated the indigenously developed AIP system in March this year. But the demonstration took place on a “land-based prototype” and the DRDO has to now develop a “marinized” AIP system, that can be deployed on submarines to function under underwater situations. It is an important technology development but according to reports citing naval sources, the NMRL’s AIP system can be fielded only by 2023-24. This means that the six submarines that will be developed under Project 75 (I) cannot be fitted with the domestically produced AIP system. The naval sources reportedly said that the six new submarines will possibly be fitted with foreign AIP systems, and the DRDO-developed system, “will from 2024-25 onward, be ‘retrofitted’ into six Scorpene submarines,” developed under the older Project 75.?

The Indian naval plans face other delays also. The military writer Rahul Bedi points out that there are other significant shortfalls of the Indian Navy including essentials capacities such as “advanced towed array sonars (ATAS) to detect enemy submarines, heavyweight torpedoes to neutralize them, and varied air defense systems, all of which are critical not only to their survivability, but also their overall offensive capability.”?

Given these delays, there is little likelihood that the Indian Navy’s submarines woes will end any time soon. This is not something that India’s partners will want to hear either, considering that China’s naval power is growing at an astounding rate.