Asia Defense | Security | East Asia

ดู ฟุตบอล วัน นี้ พรีเมียร์ ลีก สด: How Chinese Unmanned Platforms Could Degrade Taiwan’s Air Defense and Disable a US Navy Carrier

แทงบอลออนไลน์ufa911,ตลอดจนเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นดำเนินการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมเพื่อทำหน้าที่กรรมการตรวจสอบให้ครบจำนวน ตามคำสั่งของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป เพราะหากไม่ดำเนินการตามคำสั่งภายใน 3 เดือน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะมีคำสั่งให้เพิกถอนการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อันจะเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากจะแก้ไขได้ทำให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้ แต่ทางผู้บริหาร NMG ไม่รับหนังสือจากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย นายดิษเดชจึงได้เข้าแจ้งความ และลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำราวจบางนา เพื่อเป็นหลักฐานในการส่งเอกสารดังกล่าวไปถึงผู้บริหาร NMG ต่อไปบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือCPNรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 2.01 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.45บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.84 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.41 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ที่เติบโตขึ้น เป็นผลจากการที่บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตมากขึ้น โดยหากไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมัน บริษัทมีกำไรเฉลี่ยอยู่ที่ราว 9 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เทียบกับ 5.10 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลเมื่อช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมัน มีกำไรอยู่ที่ประมาณ 11.40 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เทียบกับ 6.40 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลเมื่อปีที่แล้ว สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) เปิดเผยว่า จีนมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 7.76 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ แต่ได้รับการชดเชยจากยอดขาดดุลบัญชีทุนและบัญชีเงิน โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากยอด 7.56 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดที่ปรับค่าแล้ว ,นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการอนาคต 1) ขยายสาขาร้านค้าปลีกของบริษัทได้แก่ร้าน Banana IT และร้าน iStudio โดยตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่ม 38 สาขาและปรับปรุงสาขาเดิม 12 สาขา และจะเปิดให้ร้านของ Apple เป็นจุด Drop point ในการส่งสินค้าไปยังศูนย์บริการ iCare 2) ขยายสาขาร้าน Mango Mobile เพิ่มขึ้นอีก 20 สาขา และ 3) ขยายช่องทางการค้าปลีกแบบ E-Commerceสาเหตุหลักมาจากการรับรู้กำไรสุทธิ (หลังหักภาษี) จากการขายอสังหาริมทรัพย์ แก่บลจ. ยูซิตี้ จำนวน 2,528.50 ล้านบาท เนื่องบริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดในบริษัทย่อย 2 แห่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท BTSA ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ และที่ดินบริเวณถนนพหลโยธิน และบริษัท ก้ามกุ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณถนนพญาไท ให้แก่ บริษัท ยูซิตี้ จำกัด (มหาชน) (บมจ. ยูซิตี้) (ชื่อเดิม: NPARK) เพื่อแลกกับหุ้นสามัญเพิ่มทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิของ บมจ. ยูซิตี้ โดยบริษัทจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดในราคา 9,404.10 ล้านบาท เพื่อแลกกับหุ้นสามัญทั้งหมด 35.64% ใน บมจ. ยูซิตี้ และใบสำคัญแสดงสิทธิโดยให้การสนับสนุนในการดำเนินการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อดำเนินการแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบให้ครบจำนวนตามคำสั่งของตลาดหลักทรัพย์แห่งประทศไทย อันเป็นการแก้ปัญหามิให้ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถูกเพิกถอนมิให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U และบริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) หรือ POLAR ให้ความร่วมมือช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น SEAOIL งบ Q2/58 ไม่ประทับใจ พลิกขาดทุน 1.03 ลบ.,นายกษิดิศ กล่าวถึงประเด็นเรื่องการแก้ไขเอกสารการจำนำหุ้นของนายชูวงษ์เป็นการโอนหุ้นนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์ที่เปิดไว้กับ AEC เพราะเป็นบัญชีเงินสด ไม่ใช่บัญชีมาร์จิ้น และเจ้าหน้าที่การตลาดที่รับคำสั่งโอนหุ้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ก็ได้ตรวจสอบอย่างดีแล้วทั้งลายเซ็นต์ของนายชูวงษ์และเสียงในเครื่องบันทึกเสียง จากนั้นก็ได้จัดส่งเอกสารยืนยันการโอนหุ้นไปให้กับนายชูวงษ์ในวันที่ 10 มิ.ย.ก่อนที่นายชูวงษ์จะเสียชีวิตในวันที่ 26 มิ.ย.และไม่มีคำทักท้วงจากนายชูวงษ์บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 131.02 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.02 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 270.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 35.38 ล้านบาท หรือมีกำสุทธิ 0.01 บาทต่อหุ้นอย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ ศึกษาแนวทางการลดต้นทุน ทั้งด้านกระบวนการผลิต และด้านวัตถุดิบ เพื่อให้สามารถเพิ่มอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่สูงได้ในสภาวการณ์เช่นนี้ และจะพยายามรักษาการเติบโตของรายได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 2,662.56 ล้านบาท โดยปัจจุบันมูลค่างานในมือ (Backlog) ของบริษัทมีสูงถึง 2,300 ล้านบาท โดย Backlog ดังกล่าวจะรับรู้เป็นรายได้ภายใน 1 ปีครึ่ง บริษัทดำเนินธุรกิจอาหารบริการด่วนภายใต้การบริหารงานของบริษัทในเครือคือ บริษัท เซ็นทรัลเรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด โดยปัจจุบัน บริษัทเซ็นทรัลเรสตอรองส์ กรุ๊ป ให้บริการอาหารบริการด่วนจำนวน 12 แบรนด์ซึ่งประกอบด้วยร้านอาหารภายใต้แฟรนไชส์จากต่างประเทศจำนวน 10 แบรนด์และแบรนด์ของบริษัทเองจำนวน 2 แบรนด์ คือ ริว ชาบู ชาบู และ เดอะ เทอเรส โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558 บริษัทมีจำนวนสาขาร้านอาหารรวมทั้งหมด 777 แห่งทั่วประเทศจากการประเมินพบว่าธนาคารพาณิชย์ไทยมีความเข้มแข็งมาก โดยดูจากอัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) ณ สิ้นปี 2557 อยู่ที่ 16.8% ซึ่งสูงกว่าระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.5% กว่าเท่าตัว อีกทั้งธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่ามีโอกาสน้อยมากที่ประเทศไทยจะเกิดปัญหาวิกฤตทางการเงินเช่นในอดีตสาเหตุหลักมาจากการรับรู้กำไรสุทธิ (หลังหักภาษี) จากการขายอสังหาริมทรัพย์ แก่บลจ. ยูซิตี้ จำนวน 2,528.50 ล้านบาท เนื่องบริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดในบริษัทย่อย 2 แห่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท BTSA ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ และที่ดินบริเวณถนนพหลโยธิน และบริษัท ก้ามกุ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณถนนพญาไท ให้แก่ บริษัท ยูซิตี้ จำกัด (มหาชน) (บมจ. ยูซิตี้) (ชื่อเดิม: NPARK) เพื่อแลกกับหุ้นสามัญเพิ่มทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิของ บมจ. ยูซิตี้ โดยบริษัทจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดในราคา 9,404.10 ล้านบาท เพื่อแลกกับหุ้นสามัญทั้งหมด 35.64% ใน บมจ. ยูซิตี้ และใบสำคัญแสดงสิทธิ FORTH ปิดตลาดวันนี้พุ่ง 6.45% แตะระดับสูงสุด 10.10 บ. ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2008ดังนั้น บริษัทจึงมั่นใจว่าเป้าหมายปล่อยสินเชื่อ 16,500 ล้านบาทในปีนี้จะเป็นไปตามแผนได้อย่างแน่นอน จากยอดปล่อยสินเชื่อในช่วงไตรมาส 2/58 ที่มียอดปล่อยกู้เฉลี่ยสูงถึง 1.5 พันล้านบาท/เดือน สะท้อนถึงความต้องการสินเชื่อของคนในระดับรากหญ้ายังมีอยู่มาก บริษัทเชื่อว่ายอดปล่อยสินเชื่อในปีนี้จะเติบโตกว่า 45-50% สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 30% ซึ่งจะผลักดันให้รายได้และกำไรปรับตัวสูงกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ในช่วงก่อนหน้า,มุมมองและการวิเคราะห์ :สาเหตุหลักมาจากการรับรู้กำไรสุทธิ (หลังหักภาษี) จากการขายอสังหาริมทรัพย์ แก่บลจ. ยูซิตี้ จำนวน 2,528.50 ล้านบาท เนื่องบริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดในบริษัทย่อย 2 แห่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท BTSA ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ และที่ดินบริเวณถนนพหลโยธิน และบริษัท ก้ามกุ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณถนนพญาไท ให้แก่ บริษัท ยูซิตี้ จำกัด (มหาชน) (บมจ. ยูซิตี้) (ชื่อเดิม: NPARK) เพื่อแลกกับหุ้นสามัญเพิ่มทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิของ บมจ. ยูซิตี้ โดยบริษัทจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดในราคา 9,404.10 ล้านบาท เพื่อแลกกับหุ้นสามัญทั้งหมด 35.64% ใน บมจ. ยูซิตี้ และใบสำคัญแสดงสิทธิส่วนปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้การพัฒนาโครงการประสบความสำเร็จ คือศักยภาพของทำเลและการออกแบบโครงการที่ตอบรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งแสนสิริยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการในทำเลที่มีศักยภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในช่วงครึ่งปีหลังโดยเตรียมจะเปิดตัวโครงการใหม่ในเร็วๆ นี้。

พร้อมกันนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวด 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2558 เป็นเงินสดอัตรา 0.90 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 25 ส.ค.58 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผล 9 ก.ย.58,SCB มูลค่าการซื้อขาย 752.95 ล้านบาท ปิดที่ 148.00 บาท ลดลง 1.50 บาทขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 143.74 ล้านบาท หรือ 0.12 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 274.04 ล้านบาท หรือ 0.23 บาทต่อหุ้นบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)หรือ GUNKUL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 174.83 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.16บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 66.60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 104.94ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.10บาทต่อหุ้นอยู่ที่เรียนรู้ SET แกว่งซึมออกข้าง มองบ่ายมีโอกาสขึ้นทดสอบ 1,427 จุด กลยุทธ์ยังเหมือนเดิมคือ ระยะสั้นเก็งหุ้นผลประกอบการ 2Qอ8 เด่น BLA IVL IRPC และ SYNTEC ระยะกลางให้สะสมหุ้นผลประกอบการ 2Hอ8 สดใส SCC หุ้นเทคนิคเก็งกำไร ใจเกินร้อย CHG SMPC ทั้งนี้ นายสุวัตร เปิดเผยว่า สาเหตุที่ยื่นฟ้องเนื่องจากพบว่า นายธนา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวหาว่าบริษัท SLC เป็นกลุ่มทุนของตระกูลชินวัตร ที่เข้ามาซื้อหุ้นในบริษัท เนชั่นฯ เพื่อต้องการครอบงำสื่อ จากนั้น นายอดิศักดิ์ ได้นำข้อความในเฟซบุ๊กของ นายธนา ไปโพสต์ต่อ ทำให้ผู้ที่จะเข้ามาลงทุนซื้อหุ้นของ SLC เกิดความเข้าใจผิด และเปลี่ยนใจยกเลิกการจองหุ้น ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อบริษัท SLC อย่างมาก สัปดาห์หน้า SET lndex อาจมีแรงหนุนจาก Trigger Fund กองใหม่ 1 กองมูลค่าโครงการ 1 พันล้านบาท ที่ปิดการขายไปเมื่อ 5 ส.ค.58 และอีก 1 กองมูลค่า 1 พันล้านบาท ที่จะปิดขายวันที่ 11 ส.ค.58 แม้ว่ามูลค่าโครงการรวมของทั้ง 2 กองจะมีเพียงแค่ 2 พันล้านบาท แต่เชื่อว่าน่าจะช่วยพยุงดัชนีไว้ได้บ้าง เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายในตลาดปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ (เฉลี่ยตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.58 อยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาทต่อวัน ต่ำกว่าเฉลี่ยปี 2558 ที่ 4.2 หมื่นล้านบาทต่อวัน) อีกทั้งอาจมีผลทางจิตวิทยาต่อนักลงทุนรายบุคคลในประเทศ ให้เข้าซื้อตาม ด้วยความเชื่อว่าอาจมี Trigger Fund เปิดกองใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น มีข่าวว่า AEC ไม่ให้ความร่วมมือนั้น บางครั้งตำรวจให้ตำรวจนอกเครื่องแบบมาคนเดียว ก็ไม่ได้ให้เอกสารไป แต่ถ้ามีหมายค้นมาก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเอกสารฉบับจริงทั้งหมดจึงต้องใช้เวลาในการรวบรวมเอกสาร แต่ตั้งแต่ที่ตำรวจได้ขอมาก็ได้มอบให้ไปหมดแล้ว นายกษิดิศ กล่าวกับ อินโฟเควสท์ ทิศทางตลาดขึ้นกับการคาดการณ์จังหวะเวลาขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ถ้ากลัวมากขึ้น เร็วขึ้น ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น ก็จะกดตลาด commodity , Emerging Markets นายพิชัยกล่าว,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 364.86 ล้านบาท หรือ 0.17 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 41.23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 258.34 ล้านบาท หรือ 0.16 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ แนวโน้มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังอยู่ในระดับดีจากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจและมีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายอีกมากมายที่อาจจำกัดการเติบโตของการท่องเที่ยวไทย เช่น การชะลอตัวเป็นเวลานานของภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะถนอมรักษาและคงสภาพทรัพยากรทางธรรมชาติให้น่าดึงดูดใจอย่างยั่งยืน,อีกทั้งธุรกิจเมก้า โฮม ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวการขายวัสดุก่อสร้างจะเข้าสุ่จุดคุ้มทุนในช่วงปลายปี 58 แต่ยังไม่สามารถทำกำไรได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยยังคงได้ปัจจัยหนุนจากทริกเกอร์ฟันด์ ที่เริ่มทยอยออกมา ซึ่งคาดว่าจะน่าจะเริ่มเข้าตลาดได้ในช่วงสัปดาห์หน้า หลังจากที่มีการเสนอขาย 2 กองทุน มูลค่ารวมราว 2 พันล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงมีความคืบหน้าเรื่องการเปิดประมูลโครงการรถไฟทางคู่ ทำให้มีความคาดหวังว่าจะมีความคืบหน้าเรื่องการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐออกมาอีกในอนาคต ทำให้หุ้นในกลุ่มรับเหมาค่อนข้างแข็งกว่าภาพตลาดรวมในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียลดลงเช้านี้ จากคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนหน้านอกจากนี้ บริษัทได้ปรับแผนการสร้างโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่ร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่นฝ่ายละ 50% จากเดิมที่จะตั้งในจ.นนทบุรี ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 10 เมกะวัตต์ มาเป็นการตั้งโรงงานในจ.นครราชสีมา ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่กว่า และเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 100 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มผลิตในช่วงต้นปี 59 ด้วยงบลงทุนราว 500 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อรองรับการขยายตลาดในประเทศและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ด้วย,เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัวอยู่ ทำให้สาขาขาใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก โดยพื้นที่สาขาจะลดลงมาอยู่ที่ 4,000 ตารางเมตร จากเดิม 7,000 ตารางเมตร ทั้งนี้สิ้นปี 58 จะมีสาขาโฮมโปรทั้งหมด 76 สาขา และสาเขาเมก้า โฮม 7 สาขา และโฮมโปร สาขามาเลเซีย 1 สาขา อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะเปิดสาขาที่ 2 ในประเทศมาเลเซียภายในปลายปี 59SCB ปิดที่ 148.00 บาท ลดลง 1.50 บาทราคาหุ้นบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 4.16 บาท บวก 0.81 บาท หรือ 24.18% จาก IPO 3.35 บาท สูงสุดที่ 4.98 บาท และต่ำสุดที่ 3.98 บาท มูลค่าซื้อขาย 6.75 พันล้านบาท,บล.ทิสโก้ระบุในบทวิเคราะห์ (7 ส.ค.58) ว่า แนะนำ ซื้อ TUF ราคาเป้าหมาย 23 บาท/หุ้น โดย TUF ถูกฟ้องร้องคดีใหม่ จากข่าวรายงานว่า Olean Wholesale Grocery Cooperative ได้ฟ้องร้อง Bumble Bee Foods, Starkist และ Chicken of the sea (เจ้าของ Tri-Union Seafoods) ในกรณีการไม่ยอมปรับราคาปลากระป๋องลงในช่วงที่ปลาทูน่ามีราคาลดลง โดยเอกสารการฟ้องร้องในข้อหาการฮั้วราคาโดยส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าจะไม่สามารถใช้งานได้ในระหว่างที่กำลังมีการปรับปรุงระบบ ได้แก่ บัตรเอทีเอ็มทีเอ็มบี,บัตรเดบิตทีเอ็มบี, บัตรเครดิตทีเอ็มบี, บัตรน้ำมันทุกชนิดของทีเอ็มบี (TMB Synergy Card , Prepaid card, Prepaid Plus card และ gift card) เครื่องรับบัตรเครดิต (Electronic Data Capture หรือ EDC) ของทีเอ็มบี, ตู้เอทีเอ็ม, เครื่องรับฝากเงินอัตโนมัติ, อินเตอร์เน็ตแบงกิ้งสำหรับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ (TMB Direct, TMB Business CLICK, TMB BizDirect and TMB Supply Chain Solutions), ทีเอ็มบี ทัช โมบายแอพพลิเคชั่น, ทีเอ็มบีโฟนแบงกิ้ง และ ME by TMBนอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการอนาคต 1) ขยายสาขาร้านค้าปลีกของบริษัทได้แก่ร้าน Banana IT และร้าน iStudio โดยตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่ม 38 สาขาและปรับปรุงสาขาเดิม 12 สาขา และจะเปิดให้ร้านของ Apple เป็นจุด Drop point ในการส่งสินค้าไปยังศูนย์บริการ iCare 2) ขยายสาขาร้าน Mango Mobile เพิ่มขึ้นอีก 20 สาขา และ 3) ขยายช่องทางการค้าปลีกแบบ E-Commerceส่วนทางด้านข้อมูลการซื้อขาย DW28 ณ สิ้นวันวานนี้ นักลงทุนยังคงซื้อสุทธิ Call DW บนหุ้น TPIPL หลังจากที่หุ้นอ้างอิงสามารถปิดบวกได้วานนี้ โดย TPIP28C1512A มีแรงซื้อสุทธิ 5.0 ล้านหน่วย นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อสุทธิใน IRPC28C159A 2.3 ล้านหน่วย และ PTTG28C1512A 1.6 ล้านหน่วย ขณะที่นักลงทุนขายสุทธิ Call DW บนหุ้นขนาดใหญ่ได้แก่ KBAN28C1511A 2.6 ล้านหน่วย และ PTTE28C1512A 2.4 ล้านหน่วย ขณะที่คาดว่าผลการดำเนินงานปีนี้เติบโตโดดเด่น คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 444 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31%ซึ่งมาจากธุรกิจเติบเงินของ บุญเติมที่ยังมีการเติบโตของ kiosk อย่างต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้าจำนวนตู้บุญเติมจะเพิ่มมาอยู่ที่ 60,000 ตู้ในปี 2558 ปัจจุบันมีจำนวนตู้แล้วทั้งสินกว่า 45,000 ตู้ รวมถึงการได้งานรับเหมาของภาครัฐ เช่น การติดตั้งกล้อง CCTV มูลค่า 496 ล้านบาท นอกจากนี้แล้วการที่บริษัทได้รับสิทธิในการบริหารดูแลป้ายจราจรอัจฉริยะของกรุงเทพฯ กว่า 40 แห่ง ทำให้มีรายได้จากการบริหารและค่าโฆษณาเข้ามาอย่างต่อเนื่องมูลค่าการเทคโอเวอร์ดังกล่าวของนายบัฟเฟตต์ในครั้งนี้ สูงกว่าวงเงิน 2.67 หมื่นล้านดอลลาร์ที่เขาใช้ซื้อกิจการทางรถไฟของ BNSF ในปี 2010 ขณะที่นักลงทุนมองว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกรรมการควบรวมกิจการและเข้าซื้อกิจการ (M A) ในแวดวงวอลล์สตรีทยังคงมีอยู่ และจะช่วยหนุนตลาดหุ้นให้กลับมาคึกคักอีกครั้งขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 5.58 พันล้านบาท หรือ 1.07 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 201% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.85 พันล้านบาท หรือ0.38 บาทต่อหุ้น ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0921/0922 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.0925 ดอลลาร์/ยูโร。

A fictional war scenario showcases how emerging technological capabilities could be used in a future Sino-U.S. military confrontation over Taiwan.

How Chinese Unmanned Platforms Could Degrade Taiwan’s Air Defense and Disable a US Navy Carrier

In this Oct. 1, 2009 file photo, a truck loaded with the Chinese made drone, the ASN-207, takes part in a military parade marking China’s 60th anniversary held near Tiananmen Square in Beijing.

Credit: AP Photo/Vincent Thian, File

The question as to whether Taiwan can or should be defended by the United States in the event of Chinese military aggression has caused considerable debate in recent months within the U.S. defense and foreign policy communities. Discussions on this subject have been made more difficult as a result of emerging military technologies, especially in artificial intelligence (AI), cyber, robotics, and hypersonic systems, and questions about how they will impact both the quantitative and qualitative cross-strait military balance between China and Taiwan, as well as between China and the United States.

To help better understand the potential impact of these technologies on military power in East Asia, this short article aims to present a distinct scenario involving possible future military conflict between the United States and China over Taiwan in 2030. The scenario discussed below involves the Chinese People’s Liberation Army’s (PLA) employment of unmanned-aerial-vehicle (UAV) swarms to degrade Taiwanese air-defense systems, and unmanned underwater vehicles (UUVs) to target a U.S. Navy carrier strike group (CSG) in the Philippine Sea. The fictitious scenario in 2030 describes the emerging technological capabilities alongside novel operating concepts and highlights the role of senior decision-makers in determining the character of future conflict. A second section of the article aims to analyze the emerging technological capabilities’ current state of development in China. It should be understood that the scenarios are meant to be illustrative of emerging technological capabilities, operational concepts and leadership choices rather than resolving real political problems or predicting the character and place of actual warfighting in the 2030s.

2030 Scenario: Chinese Unmanned Platforms Degrading Taiwanese Air Defenses and Disabling a U.S. Navy Carrier

The chief of the Joint Staff Department of China’s Central Military Commission was pleased. For the past decade, the chief had been advocating for the more aggressive use of unmanned platforms, both in the air and at sea, but had faced an uphill battle against the “traditionalists,” who insisted that manned aircraft and ships should continue to take the lead in offensive operations. Now, on the third day of China’s war with Taiwan and the United States, the chief’s push for unmanned platforms appeared vindicated because of the almost simultaneous messages received at their headquarters: People’s Liberation Army Air Force (PLAAF) UAVs and People’s Liberation Army Navy (PLAN) UUVs had succeeded, respectively, in knocking out Taiwanese medium- to long-range air defenses and putting the United States’ Ford-class carrier, USS Enterprise, out of action in the Philippine Sea.

The PLAAF had unleashed almost 200 upgraded variants of the GJ-11 unmanned combat aerial vehicle (UCAV), variously fitted with ISR, electronic warfare, and weapon payloads, against Taiwan’s 40 medium- and long-range air-defense batteries. This was the last stage of the PLAAF’s “suppression of enemy air defense” operating concept, adopted in 2028. The UCAV attack was preceded by coordinated ballistic missile and cruise missile attacks, including the use of hypersonic missiles, against Taiwanese command-and-control nodes, and offensive cyber operations that temporarily degraded Taiwanese radar space-based ISR satellite systems.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The Joint Staff Department chief had pushed for the Hongdu GJ-11 and other equivalent UCAVs to enter serial production in 2022, as well as for the opening of a second GJ-11 production line under the 15th Five-Year Plan, in order to reach the goal of 200 operational long-range UCAVs by 2030. These “dispensable” platforms had now proved their worth. Multiple swarms of roughly a dozen UCAVs each ? with each swarm controlled by a single PLAAF operator via satellite links ? attacked all of Taiwan’s surviving MIM-104 Patriot, MIM-23 Hawk, and Tien Kung II and III SAM missile companies.

The more sensational news, however, came from the Philippine Sea, where the USS Enterprise had been put out of action by a swarm of armed UUVs – converted semi-autonomous Yu-9 heavy- weight torpedoes, fitted with AI-enabled sensors – launched from two PLAN Type-093A (Shang II) nuclear-powered attack submarines (SSN). Each SSN had launched over a dozen UUVs well beyond the sensor ranges of the Enterprise Carrier Strike Group (CSG) CSG escort vessels and aircraft. The UUVs were programmed to loiter in the projected transit routes of the CSG in the Philippine Sea, based on data provided by a web of seabed sensors and prepositioned communication buoys planted by the PLAN over the previous decade along the sea approaches to Taiwan.

The chief of the Joint Staff Department had been a strong advocate of “smart minefield” operating concepts, consisting of submarine-launched UUVs loitering for weeks in target areas or in shallower waters sinking to the seabed to await activation, and then ? upon receiving a strike order ? attacking their targets in swarms. To expedite their deployment, the chief had advocated conversion of existing weapons systems – Yu-9 heavyweight torpedoes – into UUVs. Such a UUV swarm had penetrated the CSG’s layered defenses, overwhelming its kinetic and non-kinetic anti-UUV defenses, with two UUVs sinking an Arleigh Burke-class guided-missile destroyer, and two other UUVs hitting and disabling the Enterprise’s four 30-tonne propellers, thereby rendering the carrier hors de combat. While the U.S. Navy had developed countermeasures that might have been expected to defeat the reconfigured torpedoes, the PLA had scored a massive espionage coup against the private U.S. corporation developing the countermeasures package, and was able to neutralize it.

State of Emerging-Technology Developments in 2021: Chinese UAVs

China’s 2019 defense white paper emphasized that “there is a prevailing trend to develop long-range precision, intelligent, stealthy or unmanned weaponry or equipment.” However, UAV swarm technology – defined as a team of drones operating collectively, interacting with each other and working toward a common goal – remains at an embryonic stage of development and is unlikely to affect the battlefield substantially in the near term. China has been developing and producing both unarmed ISR and armed UAVs for two decades. A 2018 paper by the Beijing Joint Armaments Technology Academy on UAV System Development set the specific goal for China’s defense industry to become a global leader in military UAV technology by 2035. China’s 14th Five-Year Plan (2021-25) also emphasizes the development of new UAV capabilities and technology.

In September 2020, China tested a large “suicide drone” formation of up to 200 UAVs in a simulated combat environment. The UAVs (resembling the CH-901 loitering munition) were deployed by the China Academy of Electronics and Information Technology from an array of tubular launchers. Similar tests were carried out in 2017, involving over 100 UAVs undertaking reconnaissance duties in synchronization. China reportedly intends to deploy UAV swarms from warships, ground vehicles, helicopters, and bombers. Institute for International Strategic Studies (IISS) research indicates that China’s defense industry is developing or producing more than 20 different UAV/UCAV variants, with at least 15 of these capable of reaching and operating over Taiwan from the Chinese mainland. The GJ-11, the stealth UCAV mentioned in the 2030 scenario, has reportedly been undergoing testing and evaluation with the UAV testing unit of the PLAAF, 178th Brigade, at Malan airfield in Xinjiang province in western China.

Current UAV development in China and PLA writing on the use of UAVs in future conflict together suggest that the PLA is considering using UAVs for a wide range of missions, including ISR, airborne early warning, strike, loyal wingman (involving a semi-autonomous/autonomous UAV supporting manned aircraft), and cyber and electronic warfare roles. Chinese PLA writing has focused especially on the offensive use of UAV swarms. According to an analysis by two Chinese military strategists, UAV swarms can carry out “omnidirectional defense penetration” and execute multidirectional, saturated combined attacks that may produce cyber, electronic and kinetic effects.

State of Emerging-Technology Developments in 2021: Chinese UUVs

There is little publicly available information on Chinese military UUV programs. In 2019, for the first time the PLAN revealed a UUV, designated HSU001 and apparently tailored for underwater ISR missions. However, HSU001 could also carry armed payloads. While the Yu-9 torpedoes might seem an unlikely candidate for inclusion in this category, there is a trend toward electronic propulsion in torpedoes, which would provide longer range and endurance, making them more UUV-like and more capable of a long-term, loitering-munition (i.e., mine) deployment.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Technical challenges to the successful deployment of UUVs and UUV swarms are manifold. For instance, it is necessary to overcome a host of communication and navigation challenges in order to deploy offensive UUVs against surface warships. Acoustic underwater transmission suffers from latency and low bandwidth and is also highly detectable by an adversary, while optical communication is limited to short ranges. It is also still unclear to what degree AI-enabled operating systems could effectively coordinate UUV swarms in a highly complex operating environment without human supervision. Current battery technology would also make the kind of extensive UUV deployments envisaged in the 2030 scenario very difficult. PLAN UUV development overall appears to still lag behind efforts in the U.S. and other Western countries.

China’s expanding unmanned ocean network, as well as its recent deployment of various autonomous underwater gliders, appears to confirm the PLA’s growing interest in unmanned platforms. Besides China’s ongoing oceanographic activities, the PLAN’s traditional emphasis on mine warfare ? a means to offset Western naval superiority asymmetrically ? may offer insights into future PLAN UUV operating concepts and doctrine. While in Western navies, discussions around the deployment of UUVs have focused on ISR, anti-submarine warfare, mine countermeasures, and logistics, the PLAN could adopt a more kinetic approach by accelerating the R&D of ways to convert existing heavyweight torpedoes into “smart weapons,” which could form the nucleus of autonomous minefields by 2030. The PLAN is likely closely following the discussion outside China about the combined operations of UUVs and crewed sub-surface assets. As early as 2020, the United States had declared that its sub-surface combat capability could not be reliably assessed simply by looking at its submarine count.

In addressing the military challenges of use of force against Taiwan, the PLA has always paid most attention to disabling U.S. CSGs. Since China’s most important military objective is early success in a military campaign against Taiwan ? and its most important targets in this campaign would be U.S. CSGs ? this mission set could well be the most likely to produce strategic surprise with regard to the development of new weapons and associated tactics from the PLA. Advancements in acoustic communications, navigation, and autonomy are accelerating, with new capabilities coming online all the time.

Conclusion

The scenario explored in this article illustrates two main points. First, it underlines the importance of various interacting factors that will shape the outcome of future military conflict, including personal initiative by military or political leaders; novel operating concepts and doctrine; flexible force structure; and new technological capabilities. Second, as a corollary, the scenario aims to challenge any technological determinist narrative on future conflict. Being a technological leader in 4IR technologies will not automatically translate into military success in the future battlespace. In fact, overreliance and trust in technological superiority at the expense of the aforementioned factors may prove to have the opposite effect.

Lastly, a word of caution is necessary. The historical track record of trying to predict the character of future war is poor, with only a handful of examples where military planners “got it right.” It is quite possible that the scenario described above will not transpire during the current decade. Nevertheless, there is still value in trying to forecast future events based on fictitious scenarios. As Lawrence Freedman put it in his book, “The Future of War: A History”: “These works of imagination will often have value in helping to clarify the choices that need to be faced and at times will even turn out to have been prescient. For that reason, many will deserve to be taken seriously. They should all, however, be treated skeptically.”

This article has been adapted from a chapter in the 2021 Regional Security Assessment, which is published annually by IISS.