Interviews | Diplomacy | Politics | East Asia

เงินฟรี แจกเครดิตทดลองเล่นฟรี2019: Former Indian Foreign Secretary Vijay Gokhale on the Tiananmen Square Massacre

บาคาร่าaw8game,Res 6.20-6.65 / Sup 5.55ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2558 บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA ได้มีรายงานการได้มาหุ้นของบริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCC จำนวน 8.32% และจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 8.32% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการAOT = 292 / 297, TASCO = 20.50 / 21.00, TlPCO = 13.50 / 14.00, ADVANC = 230 / 234, SCB = 160 / 162 กลุ่มเดิม AJP สละเรือให้กลุ่มใหม่เสียบแทน, NPP จับมือ FVC แจงกรณีข่าวลือเทกโอเวอร์กิจการอย่างไรก็ตาม ข้อมูลการซื้อขาย DW28 ณ สิ้นวัน ระบุว่านักลงทุนซื้อสุทธิใน SET50 Call รวมกว่า 8.8 ล้านหน่วย นำโดย S50208C1508A และ S5028C1506A ขณะที่มีแรงซื้อสุทธิ DW ในหุ้นรายตัวเพียงเล็กน้อย เช่น TTA28C1511A และ BCP28C1507A เป็นต้น ขณะที่แรงขายสุทธิ นักลงทุนขายสุทธิ TPIP28C1510A กว่า 5.0 ล้านหน่วย ตามมาด้วย TRUE28C1508A 3.1 ล้านหน่วย และ JAS28C1508A 2.2 ล้านหน่วย ตามลำดับสรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET ฟื้นตัว SET ฟื้นตัว หลักๆเป็นแรงซื้อกลับในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่ปรับลงแรงเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน หลังจากพบผู้ป่วย MERS รายแรกในไทย แต่หลังจากนั้น สถานการณ์ยังทรงๆ เนื่องจากยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม ส่วนประเด็นหนี้กรีซ ติดตามความคืบหน้าได้จากการประชุม EU คืนนี้ ทั้งนี้ SET ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1500.45 จุด (+0.60%) ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.4 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ และพลังงานหนุนตลาด ปิดบวก +0.9% และ 0.5% ตามลำดับ ส่วน ICT ทรงๆ และที่โดดเด่น คือ การฟื้นตัวของกลุ่มท่องเที่ยว ด้านตลาดภูมิภาคอยู่ในแดนบวกนายพรสนอง กล่าวว่า แผนธุรกิจระยะกลางของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารที่มุ่งผลักดันการเติบโตของสินทรัพย์ เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม และลดต้นทุนทางการเงินผ่านกลยุทธ์เพิ่มลูกค้าใหม่และการจัดกลุ่มลูกค้า (Segmentation) ที่ชัดเจนขึ้น ภายใต้แนวคิดในการใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการทางการเงินที่ครบวงจร(Total Financial Solutions) ได้แก่ บริการบริหารเงินสด (Cash Management) บริการธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) บริการเพื่อบริหารความเสี่ยงทางการเงิน (FX and Derivatives) บริการการเงินธนกิจและการลงทุน (Investment Banking) และสินเชื่อโครงการ (Project Finance)เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน และภูมิภาคอาเซียน,ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ทางด่วนยังมีแนวโน้มในทางบวกด้วยอัตราการเติบโตในระดับปานกลาง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยไปยังเขตปริมณฑลและการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์ที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้สมมติฐานของทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ค่าผ่านทางของบริษัทจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ประมาณ 3%-5% ต่อไปในระหว่างปี 2558-2560 การเปิดใช้ทางด่วนส่วน SOE ในช่วงปลายปี 2559 จะช่วยให้รายได้ของบริษัทเติบโตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าความสามารถในการทำกำไรของทางด่วนเส้นใหม่ยังมีไม่มากนักในระยะแรกเพราะต้องใช้เวลาในการเพิ่มการจราจรบนเส้นทาง จากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ บริษัทได้รับ การคาดหมายให้มีเงินทุนจากการดำเนินงานที่อย่างน้อย 6,000 ล้านบาทต่อปีในปี 2558-2560 ซึ่งทริสเรทติ้งเชื่อว่าเพียงพอสำหรับภาระหนี้และการลงทุนตามแผนของบริษัท、วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน、เริ่มมีลุ้นในเขตตั้งหลัก หลังรีบาวด์ได้ที่แนวรับ: SET เริ่มดูดีที่เขตแนวรับ หลังแกว่งลงแรงอาทิตย์ก่อน สอดคล้องกับภาพใหญ่หุ้นโลกที่กำลังตั้งหลักที่เขตแนวรับเช่นกัน น่าจะหนุนให้ SET ขึ้นต่อได้ โดยมีแนวต้านที่ 1,509 และ 1,513 จุด เพื่อกลับไปทดสอบ 1,518 จุดอีกครั้ง แนะนำ Selective Buy หุ้นรายตัวที่แข็งกว่าตลาด。 KTB ราคาปิด 17.80 ประเมินดัชนีช่วงบ่ายมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จากปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ทำให้แรงซื้อกลับของดัชนีเริ่มลดลง แนะนำการเก็งกำไรในหุ้นรับเหมาก่อสร้าง ที่ได้รับผลดีจากนโยบายการลงทุนของภาครัฐ และธุรกิจเช่าซื้อราคาปิด 27.50 ตัดขาดทุน 26.00 หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร SAMART (คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/58 ขณะที่มีโอกาสเป็น Windows dressing target หลังหุ้นลดลง 28% YTD, เป้าทางกลยุทธ์ 30 บาท ตัดขาดทุน 27.00 บาท), SF (กำไรไตรมาส 2/58 ฟื้นตัว และมูลค่าแฝงเร้นจากที่ดินบางใหญ่, เป้าทางกลยุทธ์ 6.50 บาท ตัดขาดทุน 5.80 บาท), EMC (คาด Turnaround และเริ่มกลับมามีกำไรในไตรมาส 2/58 จากการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์, เป้าทางกลยุทธ์ 0.90 บาท ตัดขาดทุน 0.80 บาท) ,แมคควอรี DW28 กล่าวถึงตลาด DW ว่า นักลงทุนยังคงให้ความสนใจ DW บนหุ้น ITD และ AOT ในภาคเช้าวันนี้ ควบคู่ไปกับการเทรด SET50 DW จากการที่หุ้นอ้างอิงและดัชนีหลักทรัพย์อ้างอิงเคลื่อนไหวผันผวน โดยมีแรงซื้อขายทั้ง SET50 Call และ Put ตัวอย่าง DW28 ที่เกี่ยวข้อง เช่น ITD28C1509A AOt28C1510A S5028C1506A S5028C1508A และ S5028P1506B เป็นต้นTUF ปิด 21.40 +0.40 +1.90%。

ราคาพื้นฐานใหม่ปรับเพิ่มเป็น 16.89 บาท ราคาปิดมีส่วนเพิ่มถึง 29% ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 58 ที่เพียง 10 เท่า ขณะที่กลุ่มอาหารมี P/E ปัจจุบันที่ 19.7 เท่า และธุรกิจน้ำผัก-ผลไม้ไม่เกี่ยวข้องกับโรคเมอร์สแนวรับ 1498-1500* แนวต้าน 1510-1513*ฐานะการเงินของบริษัทอยู่ในระดับปานกลาง แม้บริษัทจะมีอัตรากำไรที่สูง แต่ก็มีภาระหนี้จากการลงทุนในระดับสูงเช่นกันซึ่งเป็นธรรมชาติของธุรกิจทางด่วน ในปี 2557 บริษัทมีรายได้ค่าผ่านทาง 8,485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากปีก่อน สำหรับไตรมาสแรกของปี 2558 รายได้ค่าผ่านทางของบริษัทเพิ่มขึ้น 7.4% เป็น 2,196 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการจราจรที่เติบโตบนระบบทางด่วนของบริษัททุกเส้นทาง อัตรากำไรของบริษัทซึ่งวัดจากอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้อยู่ในระดับสูงระหว่าง 78%-80% ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา、KCE (Bt 54.75 เป้าเทคนิค 56-58 cut loss ถ้าหลุด 53) Most Positive Impact: CPALL (+1.20 จุด)/ KBANK (+1.02 จุด)/ CPN (+0.96 จุด)ด้านนายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ เปิดเผยว่า หุ้นสามัญ HPT จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรกในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วไปในการซื้อขายและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างแน่นอน,สำหรับปัญหามาตรฐานความปลอดภัยทางการบินที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) นั้น ยอมรับว่าอาจจะมีผลกระทบต่อสายการบิน แต่หากเทียบปัญหา 2 อย่างนี้ เมอร์สอาจจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมากกว่าปัญหา ICAO อย่างไรก็ตาม วันนี้มาตรฐานการควบคุมสถานการณ์ไวรัสเมอร์สของไทยทำได้ดี ถึงขนาดได้รับคำชมจากต่างชาติ ก็ไม่น่าจะทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบ UPA หรือชื่อเดิมคือ CYBER หลังจากราคานิ่งเงียบเรียบร้อยในกรอบ 2.52 -2.88 มานานแสนนาน อยู่ดีๆวานนี้ก็มีมือดีมากระตุกราคาขึ้นมา จนผ่านแนวต้าน 2.88 บาท ขึ้นได้พร้อมกับ Volume ที่ปูดเข้ามามากที่สุดในรอบ 2 เดือน อาการแบบนี้น่าจะยังมีกระแสเก็งกำไรเข้ามา และไม่น่าจะจบภายในวานนี้วันเดียว สหภาพยุโรป (EU) ได้ยืดระยะเวลาคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรัสเซียออกไปอีก 6 เดือนจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อกดดันรัสเซียให้คลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) เชื่อว่าตลาดจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นได้ พร้อมให้แนวรับ 1,497-1,494 จุด ส่วนแนวต้าน 1,515-1,518 จุด,5.70 บาทเป็นแนวต้านสำคัญ , หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร SAMART (คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/58 ขณะที่มีโอกาสเป็น Windows dressing target หลังหุ้นลดลง 28% YTD, เป้าทางกลยุทธ์ 32.00 บาท ตัดขาดทุน 27.00 บาท), EMC (ปีนี้คาด Turnaround หลังการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายโครงการต่างๆไปในปี 2557 และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการทำอสังหาริมทรัพย์ที่ชลบุรี และคอมมูนิตี้มอลล์ สเตชั่นวันที่เจริญกรุง, เป้าทางกลยุทธ์ 0.90-1.00 บาท ตัดขาดทุน 0.80 บาท)RCI ซื้อ ราคาหุ้นดีดฟื้นขึ้นทะลุกรอบการพักตัวรูปแบบ Bullish Flag พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุน เส้นค่าเฉลี่ย 7-14-21 วัน เรียงตัวตัดกันยืนยันแนวโน้มขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกบริเวณ 5.00 บาท และถัดไปที่ 5.30 บาท MCOT ลงนามสัญญาเช่าโครงข่ายทีวีรัฐสภา เผยเหลือ SD อีก 2 ช่องพร้อมบริการระดับราคาได้มีสัญญาณซื้อเกิดขึ้นเมื่อสามารถ Break แนวต้านที่ 28.00 บาทขึ้นมาและหากยืนได้จะเป็นการยืนยันสัญญาณซื้อและจะมีแนวต้านเป้าหมายแรกที่บริเวณ 32.00 บาทเป็นอย่างน้อย MCOT ลงนามสัญญาเช่าโครงข่ายทีวีรัฐสภา เผยเหลือ SD อีก 2 ช่องพร้อมบริการ การเสนอขายหุ้นไอพีโอกับนักลงทุนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ HPT ที่จะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อไปในอนาคต โดยเงินระดมทุนที่ได้บริษัทจะนำไปใช้ปรับปรุงสายการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับการเติบโตของตลาดและคำสั่งซื้อในอนาคต อีกทั้งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มความสามารถในการทำกำไร。 ระยะสั้นมากแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 176-186 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 175 บาทส่วนปัญหาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ประกาศให้ประเทศไทยสอบตกเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบินเหมาลำของไทยและสายการบินต้นทุนต่ำ หากหน่วยงานของยุโรปลดอันดับการบินของไทยเพิ่มเติมอีกจะกระทบต่อ บมจ.การบินไทย ที่มีปัญหาทางการเงินอยู่แล้วทาง mai ยอมรับว่ามีกว่า 20 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ mai ที่มีผลขาดทุน 4 ไตรมาสติดต่อกัน แต่ก็มีกว่า 20 บริษัทจาก 114 บริษัทจดทะเบียนในตลาด mai ที่บริหารความเสี่ยงด้วยการหันไปลงทุนในภูมิภาคอาเซียน เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศไม่ดี。

“For a brief moment in time there was a spirit of openness and questioning, and I saw a side of the Chinese people that I have had no occasion to see again.”

Former Indian Foreign Secretary Vijay Gokhale on the Tiananmen Square Massacre
Credit: Flickr/AK Rockefeller

Reflecting on the brutal 1989 crackdown by the People’s Liberation Army on protesting students and activists who had occupied Beijing’s sprawling Tiananmen Square, Chinese writer Ma Jian once wrote “We were all victims of the massacre, whether we survived 4 June or not. Fear and avarice were crushing morality.” More than three decades later, as news of the Chinese Communist Party’s (CCP) repression in Xinjiang and Hong Kong becomes alarmingly commonplace, it is hard not to think of the past as prologue, that massacre was harbinger of the CCP’s slow but steady turn toward totalitarianism, now so starkly evident. The party’s fear and avarice continue to crush morality, with even greater impunity.

But because of this very link between the CCP’s past and present penchant for brutal silencing of dissenting voices, interest in the events of the spring of 1989 continues unabated, with new accounts of the massacre and the events leading up to it emerging in the recent years. A new book, “Tiananmen Square, The Making of a Protest: A Diplomat Looks Back,” by former Indian Foreign Secretary Vijay Gokhale greatly adds to this collection. A diplomat’s analysis shaped by firsthand experience – Gokhale was posted in the Indian Embassy in Beijing at the time, and later served as India’s ambassador to China – the book is, simultaneously, an excellent introduction to a tumultuous period in CCP history as well as a window into how senior Indian officials view the party and its beliefs.

In an email interview with The Diplomat’s Security & Defense Editor Abhijnan Rej, Gokhale discusses the massacre, how it was perceived abroad, and the long shadow it cast over China’s subsequent evolution.

You were posted in Beijing as an Indian diplomat during the events of 1989 in Tiananmen Square. What is the one memory from that time that is still vivid for you?

This event was a defining moment in Chinese politics. I still vividly recall the situation as if it were yesterday, and have dwelt on it in my new book. The abiding memory is of the thousands of Chinese students who came to the Square day after day to demonstrate peacefully. For a brief moment in time there was a spirit of openness and questioning, and I saw a side of the Chinese people that I have had no occasion to see again.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

What was the thinking in New Delhi both about the short- as well as long-term impact of the massacre on China’s domestic trajectory and international relations?

After a long gap of 34 years, India had restarted the dialogue with China at the highest level after Prime Minister Rajiv Gandhi’s visit in December 1988. In the short term, the government in New Delhi was concerned that the newly established equation might be disturbed by these political developments. Public consciousness in India about the developments in China was not as high as in the West and, therefore, the happenings in Tiananmen [Square] did not evoke the sort of interest and introspection as it did elsewhere. The Tiananmen Incident did not disrupt India-China relations and, in fact, marked the beginning of a new modus vivendi that survived until very recently.

At one point in your book, you write that following the dissolution of the Soviet Union, “The Chinese leadership drew the inference that America, and the West, in general, desired to effect regime change in communist states.” Decades later, how prevalent is that sentiment in China?

Since American Secretary of State John Foster Dulles talked about the desire of the West to effect “peaceful evolution” in Communist countries in the direction of democracy, the Chinese leadership has always believed that the West desires regime change. This view was reinforced by the Tiananmen protests, behind which the Chinese leadership saw a “foreign hand.” The collapse of the Soviet Union shocked them, and it became a subject for deep reflection and learning. The principal takeaway is that the Soviet Union collapsed because it had turned its back on its own historical and ideological experiences, and that China should remain true to its core belief in Chinese style socialism under the absolute leadership of the Chinese Communist Party (CPC). The correctness of this “line” is being reiterated under Xi Jinping as the CPC begins the second 100 years of its existence.

You also talk about the May 21, 1989 meeting after martial law had been imposed in Beijing where Deng Xiaoping and other senior leaders concluded that political reforms would be a no-go area. To what extent could Western powers discern this stance at that time?

I am certain that the West quickly realized that a factional struggle was underway in the Communist Party of China, and that [then CPC general secretary] Zhao Ziyang’s dismissal would likely lead to a doubling down on any sort of political liberalization. I do not believe that the West, therefore, entertained any illusions about democracy happening any time soon. If there was a misperception by the West it lay in the expectation that China might become more “normal” and thus amenable to Western influences, with engagement and economic progress. For such reason, the West tended to give them the benefit of the doubt until it was too late. In the past decade it has become clearer that the Communist Party of China is unlikely to “Westernize,” and now a policy adjustment is underway on both sides.

Turning to the present, to what extent do you assess increased centralization of power in the hands of Xi Jinping as a contributor to Chinese intransigence, both at home and abroad? Is Xi’s need to appear uncompromising part of his political survival strategy?

At one level, Xi is significantly centralizing authority. His actions appear as a reversal of Deng Xiaoping’s efforts to institutionalize the distribution of responsibilities and diffusion of power in the top leadership. At another level, however, Xi firmly holds as Deng also did, that the survival of the Communist Party must take precedence over all other factors. His current efforts at centralization, rectification, and re-education of cadres, and promotion of party history and values, ought to be viewed in this light. I think Xi regards it as his historical responsibility, and destiny, to keep the flag flying for the CPC by passing the “red gene” of communism onto the next generations. What might be viewed from the outside as a new phase of centralization, could well be survival strategy.

To your mind, what is the single biggest lacunae in contemporary analyses of China’s medium- and long-term trajectory? ?

We need to thoroughly disabuse ourselves of the notion that the Chinese reason and behave like the West, or even India. They are an old civilization with a long-standing strategic culture and a distinct worldview that is different from that of others. A more in-depth study is needed to isolate and identify the impulses and triggers for action. The West has excellent talent and resources while India has the better civilizational understanding, and collaborative efforts at analysis might yield a more accurate set of benchmarks to determine the long-term trajectory.