The Koreas | Security | East Asia

live22 ฝาก 19: Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?

fifa55 palace,อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบ WTI ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากภาวะการซื้อขายโดยรวมยังคงได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด อันเป็นผลมาจากการคาดการณ์ที่ว่า อิหร่านอาจจะผลิตและส่งออกน้ำมันได้มากขึ้นเมื่อการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านมีผลบังคับใช้ และรายงานที่ว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ปิดช่วงบ่าย (28 ก.ค.) ที่ระดับ 1,408.07 จุด ลดลง 4.48 จุด หรือ 0.32% มูลค่าการซื้อขาย 39,339.37 ล้านบาท, Catalyst : คาดจะเริ่มมีกำไรจากสต็อกน้ำมันตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นและคาดจะเริ่มรับปัจจัยบวกจากโครงการ UHV ที่จะแล้วเสร็จปลายปี 15 หนุนฐานกำไรในปี16F/ ราคา Laggard กลุ่มโรงกลั่นทั้งนี้ผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจสามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ระหว่างวันที่ 4 6 ส.ค.ที่สาขาธนาคารทั้งสองราย WICE เปิดวันนี้ลบสวนตลาด โบรกฯให้แนวรับ 3.70 บ. MACD เคลื่อนไหวเหนือออกด้านข้างในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ฟื้นตัวเหนือระดับ 30 , SCCC เผย Q2 กำไรลดมาที่ 1.41 พันลบ. ประกาศจ่ายปันผล 8 บ. XD 10 ส.ค.นี้ 900 924 ซื้อ TRUE เป้า 14.10 บ.เก็ง Q2 กำไรพุ่งกว่า 200%,GFQ15:18250 ฟื้นตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 18250 ตามทิศทางค่าเงินบาท แต่เรายังคงคาดว่า แนวโน้มของราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ US$1060-1070 และมีแนวต้านที่ US$1100 จึงแนะนำให้เน้นการ Open Short โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 18350 เป็นจุด STOP LOSS สถานะ Shortอนึ่ง นายชนินทร์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยก่อนจะมารับตำแหน่งรองผู้ว่าการฯ นายชนินทร์ ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า ซึ่งจะนำมาช่วยบริหารงานของ EGCO ได้เป็นอย่างดีCHOW ปิด 6.00 0.00 0.00% หุ้นของบริษัทที่ต้องพึ่งพายอดขายในประเทศจีนต่างก็ปรับตัวลงถ้วนหน้า โดยหุ้น Yum! Brands ปรับตัวลง 0.8% หุ้นแอปเปิล อิงค์ ซึ่งมีฐานตลาดที่ใหญ่ในประเทศจีน ร่วงลง 1.4% หุ้นไป่ตู้ และหุ้นอาลีบาบา ร่วงลงกว่า 1.9% และหุ้นยาฮู ซึ่งถือหุ้นใหญ่ในอาลีบาบา ร่วงลง 2.6% Earning outlook : CNS คาดกำไรสุทธิ 2Q15F +11%y-y, ทั้งปี 15F +17%y-yขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ของสหรัฐ ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยในวันพุธนี้เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทย ส่วนสต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น พุ่งขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 463.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.6 ล้านบาร์เรลอีกทั้งยังได้แก้ไขกฎหมายบางมาตราให้มีความเป็นสากลมากขึ้น เนื่องจากต่างประเทศมองกฎหมายไทยว่าอ่อนแอเกินไป การจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องแต่ละครั้งมักจะได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ด้วยกันเองเสมอGFQ15:18250 ฟื้นตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 18250 ตามทิศทางค่าเงินบาท แต่เรายังคงคาดว่า แนวโน้มของราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ US$1060-1070 และมีแนวต้านที่ US$1100 จึงแนะนำให้เน้นการ Open Short โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 18350 เป็นจุด STOP LOSS สถานะ ShortBank: ปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ต่อเนื่องตามกรอบแนวโน้มขาลง โดยมีแนวรับที่ 450-455 และมีแนวต้านที่ 495-500 ,แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) คาดว่าตลาดยังผันผวนในกรอบ แต่มีแนวโน้มรีบาวด์ได้จากวันนี้ พร้อมให้แนวรับ 1,400-1,390 จุด ส่วนแนวต้าน 1,415-14,20 จุดโดยราคาหุ้นปรับตัวลงตั้งแต่เปิดตลาดช่วงเช้า เป็นผลจากแรงเทขายซึ่งก่อนหน้านี้ราคาหุ้นมีการปรับตัวขึ้น 100% จากเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.58 ราคาอยู่ที่ 0.38 บาท อีกทั้ง LIVE ยังโดนตลท.ประกาศให้เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 หรือ Cash Balance จากวันที่ 20 ก.ค. 58 ถึง 28 ส.ค. 58 สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) SCB มูลค่าสูงสุด 291.50 ลบ.?ราคาปิด 0.81 ตัดขาดทุน 0.76ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะหุ้น CHOW ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 5.75-5.90 บาท แนวต้าน 6.15-6.30 บาทดังนั้น เพื่อให้ UMS มีเงินทุนหมุนเวียนมีสภาพคล่องและชำระคืนหนี้ได้ คณะกรรมการบริหารของ TTA จึงได้อนุมัติเงินกู้เพิ่มเติมให้แก่ UMS วงเงินกู้เพิ่มเติมจำนวน 345 ล้านบาท เมื่อรวมกับวงเงินกู้เดิมจำนวน 350 ล้านบาท และวงเงินกู้ 125 ล้านบาทแล้ว จะเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 820 ล้านบาท โดย UMS จะออกและได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ TTA มีกำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินเมื่อ TTA ทวงถาม นิกเกอิปิดลบ 25.98 จุด เหตุแนวโน้มผลประกอบการเอกชนอ่อนแอ。

fifa55 palace,KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,621.68 ล้านบาท ปิดที่ 172.00 บาท ลดลง 1.50 บาทตลาดภาคเช้าปิดปรับตัวลดลง ในทิศทางเดียวกันกับตลาดรอบบ้าน จากความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง ประกอบการการรายงานยอดส่งออกของไทย ออกมาต่ำกว่าตลาดคาดเป็นแรงกดดันเสริม ปิดตลาดภาคเช้าดัชนีเปลี่ยนแปลง -21.20 จุด มาที่ระดับ 1,416.88 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ระดับ 1.8 หมื่นล้านบาทอนึ่ง AJD เป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้เครื่องหมายการค้า AJ โดยแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทภาพและเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนทั้งนี้ วงเงินกู้เดิมจำนวน 350 ล้านบาท ได้รับอนุมัติโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการ TTA ครั้งที่ 9/2556 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่23 พฤษภาคม 2556 และวงเงินกู้ 125 ล้านบาท ได้รับอนุมัติโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการ TTA ครั้งที่ 1/2558 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 7 มกราคม2558ซึ่ง TTA จะคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 4.70 ต่อปี PT Trading buy ปิด 11.1 แนวรับ 11.0-10.7 แนวต้าน 11.7-12.0 HMPRO ประกาศงบฯ Q2/58 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาที่ 820.18 ลบ., SET lndex ภาคบ่ายหากลงต่อหลุด Low ของวันที่ 1,404.83 จุด น่าจะไม่น่ารอดลงทดสอบแนวรับทางจิดวิทยาที่ 1,400 จุด หากหลุดจากนี้ จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,392 จุดส่วนกรณีที่ทางบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ปยื่นฟ้องศาลปกครองว่าการประมูลไม่โปร่งใสนั้น จนถึงขณะนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆออกมา ดังนั้น ขสมก.ก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ , คาดการณ์เบื้องต้นหุ้นกำไร 2Q15 ดี// Energy Petro: SCC PTTGC IVL BCP IRPC / ICT: TRUE THCOM / Fin: MTLS SAWAD / Prop: LPN SC AMATA / Cons: CK ITD / Comm: CPALLPT Trading buy ปิด 11.1 แนวรับ 11.0-10.7 แนวต้าน 11.7-12.0 NUSA (Bt 0.81 เป้าเทคนิค 0.85-0.89 cut loss ถ้าหลุด 0.77)โดยดัชนี MSCI Asia Pacific Index ปรับขึ้น 0.3% เมื่อเวลาประมาณ 09.50 น.ตามเวลาโตเกียวบล.ทิสโก้ แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 6.80 บาท/หุ้น โดย JAS รายงานผลประกอบการ ไตรมาส 2/58 เท่ากับ 1,007 ล้านบาท ลดลง 92.1% จากไตรมาสก่อนแต่เพิ่มขึ้น 13.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนดีกว่าคาดราว 20.3% พร้อมคาดผลประกอบการของ JAS เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงจากการขยายตัวของลูกค้า FBB อย่างไรก็ตาม ความต้องการของ JAS ในการเข้าร่วมประมูลอาจกระทบต่อราคาหุ้น JAS ในระยะสั้น วิตกหุ้นจีนดิ่งหนักฉุดดาวโจนส์ปิดร่วง 127 จุด,อย่างไรก็ตาม จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรงวันนี้ อาจะเกิดจากแรงเทขายออกมาอย่างต่อเนื่องหลังจากที่บริษัทได้มีการยกเลิกดีลดังกล่าวสัญญาทองคำร่วงลงเนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาน้ำมันทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ โดยดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.45% แตะที่ 97.60 เมื่อคืนนี้ดีมาร์คคาดว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตจะดิ่งลงแตะระดับ 3,200 จุด หลังจากที่ดัชนีปิดตลาดร่วงลง 8.48% สู่ระดับ 3725.56 จุดเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการร่วงลงที่รุนแรงที่สุดในรอบ 8 ปี แม้ว่ารัฐบาลพยายามที่จะสกัดการร่วงลงของตลาด ซึ่งรวมถึงการสั่งห้ามไม่ให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในตลาดทำการขายหุ้นเป็นระยะเวลา 6 เดือนAJD ราคาปิด 0.95 บาท ตลท.แนะรัฐบาลเร่งกระตุ้นบริโภคในปท.เน้นท่องเที่ยว-เพิ่มส่งออกCHOW ปิด 6.00 0.00 0.00%นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง โดยยูพีเอส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่งบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 2 ปีนี้อยู่ที่ 1.35 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้ว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นยูพีเอสทะยานขึ้น 5.07%。

The U.S. decision to lift restrictions on South Korean missile development could be a blessing in disguise for Pyongyang.

Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?
Credit: Depositphotos

Following a meeting between U.S. President Joe Biden and his South Korean counterpart Moon Jae-in on May 21, it was announced that the United States had agreed to lift restrictions imposed on South Korea’s development of ballistic missiles. These restrictions had been gradually relaxed since 2001 to allow South Korea to field longer ranged ground-based missiles with heavier warheads. The lifting of restrictions entirely opens up the possibility of a much more ambitious missile program capable of launching precision strikes across Northeast Asia – and possibly much farther.

North Korea responded on May 31 by condemning the relaxation of restrictions, with the state-run Korean Central News Agency (KCNA) stating: “It is an apparently deliberate and hostile act that the U.S. lifted the firing range limit, not content with the removal of the warhead weight limit through the approval of several revised ‘missile guidelines.’ The termination of the ‘missile guidelines’ clearly shows who is behind the escalation of tension on the Korean peninsula.”

The article warned that this could allow South Korea to develop hypersonic, submarine launched, and even intercontinental ranged ballistic missiles in a short period, claiming that Washington was seeking to intensify the arms race on the Korean Peninsula by giving Seoul the green light to move ahead with its missile program. Such a possibility was described as “disturbing.” The North Korean state media outlet further claimed that the move was a sign of double standards regarding which of the Koreas is permitted to develop ballistic missile capabilities, stating: “The U.S., doggedly branding the measures taken by the DPRK [Democratic People’s Republic of Korea – the official name of North Korea] for self-defense as violations of U.N. ‘resolution,’ grants its allies unlimited rights to missile development. It is engrossed in confrontation despite its lip-service to dialogue. The termination step is a stark reminder of the U.S. hostile policy toward the DPRK and its shameful double-dealing.”

While an unrestricted South Korean ballistic missile program may initially appear to threaten the North, with which Seoul and Washington have been technically at war for over 70 years, assessing the full implications of a less restricted South Korea missile program indicates it may in fact strengthen Pyongyang’s position for multiple reasons.

First, the existing range restrictions for South Korean missiles already allow it to field munitions that can strike anywhere on the Korean Peninsula with warheads of any size – with its latest missiles deploying exceptionally large two ton warheads. This means a lifting of restrictions may not actually have any notable impact on the South’s ability to strike the North, in contrast to the previous loosening of restrictions in 2012 and 2017. The former amendment to restrictions allowed South Korea to field missiles with a range of up to 800 km, which was enough to comfortably cover all of North Korea from almost any launching point the South, while the latter removed all restrictions on warhead weight. Any missile designs that are actually affected by the recent abolition of restrictions will thus likely be focused on striking targets beyond the Korean Peninsula – a capability that will not necessarily harm Pyongyang’s interests.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The lifting of missile restrictions notably comes as part of a growing trend toward greater autonomy for South Korea’s armed forces, with Seoul expected to gain wartime operational command over its military in 2022, when a decades-long arrangement that placed its assets under U.S. wartime command comes to an end. This trend could well lead to a reduced dependence on Washington for protection, and in turn provide Seoul with greater room to conduct policy independently. This has particularly significant implications for its relations with China and North Korea.

China is South Korea’s largest trading partner by a significant margin, but Seoul has come under increasing U.S. pressure to take a hard line against Beijing. The U.S. deployment of THAAD air defenses to South Korea from 2016, and the serious harm this did to diplomatic and economic ties between Seoul and Beijing, provides an example of precisely the kind of situation South Korea hopes to avoid as China-U.S. relations worsen – and greater military independence could better allow it to stay out of a similar predicament in the future.

Furthermore, with South Korea’s ability to improve ties with the North effectively restricted by the U.S., despite the Moon administration having had a strong popular mandate for inter-Korean rapprochement, greater independence from Washington in defense could well facilitate more independence in this area of policymaking as well. South Korea is already considered by some assessments to be one of the world’s five or six most capable military powers, and with command of its own armed forces, an increasingly self-reliant defense sector, and a long-range ballistic missile deterrent the argument that it need depend on U.S. protection would be weakened – thus potentially loosening Washington’s leverage over policy.

Beyond the potential effects the removal of ballistic missile restrictions could have on Seoul’s strategic position, it could also go a long way toward effectively legitimizing North Korea’s own ballistic missile program. Western-led efforts to arbitrarily label North Korea’s development of ballistic missiles as “provocative” have often struggled to stand up to scrutiny, with very similar missile tests in India, Pakistan, Israel, and the West itself treated as normal and legitimate and receiving entirely different coverage. The only outstanding difference between North Korea’s missile program, and those of the three other nuclear weapons states not sanctioned by the Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons, is that Pyongyang’s program is aimed at restricting the military freedom of action of Western states through deterrence. The others, by contrast, are all aimed at deterring non-Western neighboring states in South Asia and the Middle East, and are therefore considered acceptable in the Western-dominated discourse on the issue.

A powerful South Korean missile arsenal would emphasize these double standards with an example much closer to home for Pyongyang, and effectively underline that claims a North Korean missile deterrent is provocative and unacceptable are arbitrary – since the South would be doing precisely the same. A South Korean long ranged missile program could make that of the North look much more legitimate – and do so without significantly harming North Korean security.

While Pyongyang will protest the possibility of an expanded South Korean ballistic missile deterrent, and will seek to use Washington’s green light to an expansion of Seoul’s arsenal and capabilities to highlight the double standards under which its own arsenal has been condemned, in the medium term North Korea’s position is likely to only be strengthened. The extent to which Seoul may seek to increasingly assert its independence from Washington as the country takes greater responsibility for its own defense, as trade with China becomes increasingly central to its economic interests, and as the economic benefits of potential rapprochement with Pyongyang remain alluring, is yet to be seen.