Pacific Money | Economy | South Asia

สมัคร มา ค่า ร่า: A European FTA With India Is Not a Counterweight to China

แผนภูมิกลยุทธ์มาเก๊าแบล็คแจ็ค, ปัจจุบัน SCB ซื้อขายที่ PER ปี 58 ที่เพียง 9.2 เท่า ด้วยคาดการณ์ผลตอบแทนปันผล 4.6%*AUCT แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านPTG ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นทะลุกรอบ Downtrend Line พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุนการ Breakout หลังพักฐานไม่หลุดแนวเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือน เครื่องมือ MACD เป็นบวกและตัด Signal ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่บริเวณ 15.50 บาท หากผ่านได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่จุดสูงสุดเดิมบริเวณ 16.20 บาท,นอกจากนี้ บริษัทจะนำเงินบางส่วนไปลงทุนในโรงงานไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทย ขนาด 45 เมกะวัตต์ โดยร่วมทุนกับพันธมิตรในสัดส่วน 30% ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดราว 3.5-3.7 พันล้านบาท คาดว่าจะเริ่มใช้เงินทุนราวในปี 59 และจ่ายไฟเข้าระบบ (COD) ได้ประมาณปี 621.กลุ่มรับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้าง ซื้อ CK STEC UNIQ ITD (Trading โดยเฉพาะถ้าทะลุ 8.50 ไปได้ คาดว่าจะปรับสูงขึ้นต่อไปที่ 9.20 บาท) และ SCCราคาปิด 22.50 ตัดขาดทุน 21.50ขณะที่ปัจจัยในประเทศ จะมีความชัดเจน ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัว โดยเฉพาะแผนการลงทุนภาครัฐ อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและระยะกลางที่ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจจริง รวมทั้งการฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะข่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ ช่วยสนับสนุนให้ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นตามราคาหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 57.25 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 2.23% มูลค่าการซื้อขาย 668.79 ล้านบาท ทั้งนี้กลุ่มพลังงานมีการปรับตัวขึ้นรับราคาน้ำมันดิบเบรนท์และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันดิบ WTI +5.36%。 CHG เข้าซื้อเมื่อทะลุ 2.32 บาท เป้าหมาย 2.60 บาทแนวรับ 890-895 แนวต้าน 905*-910SAMTELแนวรับ 21.00 แนวต้าน 23.00 Stop Loss หากต่ำกว่า 20.40 บาทแนะนำซื้อ PTTEP โดยมีแนวรับที่ 73.50 และ 73.00 และมีแนวต้านที่ 77.00 และ 78.00 เป็นจุดขายทำกำไร นักลงทุนเทรด DW บนหุ้นรายตัวเพิ่มตามการพุ่งขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีPS (BUY:Consensus [email protected]): ปี 58 คาดกำไรโต 5%YoY และโตต่อ 11%YoY ในปี59 หนุนโดย backlog สิ้น 2Q58 ที่ 3.6 หมื่นลบ. บวกกับ มีโอกาสได้รับอานิสงค์จากแผนออกมมาตรการหั่นภาษีธุรกรรมอสังหาฯ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาของกระทรวงการคลัง + ปัจจุบันมี Upside 11.7% พร้อมคาดให้ Div. Yield ปีละ 3.6% จึงแนะนำ ซื้อ ,โดยกำหนดชำระดอกเบี้ยจะชำระดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน ในวันที่ 7 เมษายน และวันที่ 7 ตุลาคม ของทุกปี ตลอดอายุหุ้นกู้ โดยจะเริ่มชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559 สำหรับวันกำหนดชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะเลื่อนจากวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เป็นวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ โดยผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้คือธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ,ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)อนึ่ง นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เป็นบุตรชายคนเล็กของ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจชาวไทยที่มีชื่อเสียง ปัจจุบันเป็นเจ้าของกลุ่มกิจการคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ในอังกฤษนอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองแร่ หลังจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกปรับตัวขึ้น โดย หุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน พุ่งขึ้น 10% หุ้นนิวมอนท์ ไมนิง และหุ้นโมซาอิค ต่างก็ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 3.2% หุ้นทรานส์โอเชียน และหุ้นเมอร์ฟีย์ ออยล์ ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 2.8%พร้อมคาดผลประกอบการปี 58 พลิกกลับเป็นกำไรสุทธิ 6,556 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 9,374 ล้านบาท ในปี 57 และเติบโต +23% จากไตรมาสก่อนเป็น 8,078 ล้านบาท จากแรงหนุนของโครงการ Phoenix ที่จะเริ่ม CDO ในช่วงปลายปีนี้。

ทั้งนี้หลังจากบริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนและมีการตั้งสำรองหนี้สูญของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไปหมดแล้ว บริษัทตั้งเป้าหมายพัฒนาผลประกอบการให้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภาวะอุตสาหกรรมเกี่ยวกับน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี จะค่อยๆฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าอุปโภคที่มีความสำคัญ ซึ่งการฟื้นตัวดังกล่าวจะส่งผลในเชิงบวกต่อความต้องการบริการด้านต่างๆของบริษัทด้วยเช่นกันTGCI ราคาปิด 3.10 บาท,ราคาหุ้นพักฐานลงหลังจากปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ล่าสุดวานนี้เริ่มมีจังหวะดีดตัวขึ้นเหนือแนวเส้นต้นทุนค่าเฉลี่ยอีกครั้ง ขณะที่ Indicator ต่างๆก็เริ่มส่งสัญญาณสนับสนุนในเชิงบวก น่าจะมีโอกาสลุ้นปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านต่างๆและเป็นจังหวะเก็งกำไร、ตรวจ หวย วัน ที่ 1 วัน ที่ 16、ราคาหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 57.25 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 2.23% มูลค่าการซื้อขาย 668.79 ล้านบาท,ขณะเดียวกัน IMF ยังออกรายงานเตือนว่า ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดต่อเศรษฐกิจโลกขณะนี้อยู่ที่ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งบริษัทเอกชนได้ก่อหนี้จำนวนมาก ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 2.30 ดอลลาร์ หรือ 0.20% ปิดที่ระดับ 1,148.70 ดอลลาร์/ออนซ์,สองประเด็นนี้ยังไม่พอ ประเด็นสำคัญคือรัฐเตรียมเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศขึ้นอีก 12% ซึ่งทาง EARTH บอกว่าแจ่มเลย จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นไปอีก และยังไงก็ต้องเกิด ไม่อย่างนั้นความสมดุลทางพลังงานในประเทศจะมีปัญหา ส่วนยอดขายปีนี้เป็นไปตามแผนทุกประการไม่น้อยกว่า 10 ล้านตัน และให้จับตาราคาถ่านหินตอนนี้เริ่มเด้งแล้วหุ้นถ่านหินกำลังจะตีกลับ ส่วนราคาประเมินเด็กแนวเล็งไว้ที่ 6.40 บาทเหมาะสมปี 58 ด้านกราฟกำลังเตรียมเด้งตัวแรงขึ้นรอบใหม่ เพราะ Stoch ออกอาการแพ้ท้องแล้ว การขึ้นนี้ลุ้นได้ถึง 5 บาทเป็นอย่างน้อยเลย แนะนำว่าซื้อแถวนี้แหละ ของกำลังถูก “โรงพยาบาลลาดพร้าว” กำหนดช่วง IPO ที่ 4.90-5 บ. คาดเคาะราคาขายในเดือนนี้SET Index: 1396 จุด จะเป็นแนวตัดสินไม้ต่อ หรือหยุดแค่การฟื้นตัวรอบสั้น, Most Positive Impact: ADVANC (+2.51 จุด) TRUE (+0.78 จุด) U (+0.59 จุด),สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปขยายธุรกิจหลัก โดยจะลงทุนในธุรกิจอาหารแปรรูปจากเนื้อไก่ ธุรกิจสุกร และธุรกิจอาหารสัตว์ นอกจากนี้ จะชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านเงินทุน โดย TFG มีเป้าหมายที่จะรักษาความเป็นผู้นำในการผลิตเนื้อไก่และสุกรมีชีวิตของประเทศ และขยายช่องทางการจำหน่ายในต่างประเทศแนวโน้มภาคบ่ายเชิงเทคนิค: ดัชนีช่วงเช้าอยู่ในช่วงทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1,380 หากผ่านได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,390 หากผ่านไม่ได้ มีโอกาสปรับตัวลดลงไปปิดแก๊ปที่ 1,372 แนวรับ 7.10-7.20 บาท นิกเกอิปิดพุ่ง 136.88 จุด รับความหวัง BOJ เดินหน้าผ่อนคลายการเงินคาดว่า SET แกว่งตัวในกรอบ 1,370-1,385 จุด ดัชนีแกว่งตัวขาขึ้น สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก เหตุวิตกศก.หนุนแรงซื้อทอง ,อนึ่ง นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เป็นบุตรชายคนเล็กของ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจชาวไทยที่มีชื่อเสียง ปัจจุบันเป็นเจ้าของกลุ่มกิจการคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ในอังกฤษการไหลเข้ามาของเม็ดเงินลงทุนของต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนต.ค.ออกไป ทำให้การลงทุนในรูปดอลลาร์สหรัฐฯมีการ take profit ออกมาจากนั้นนักลงทุนโยกเงินเข้ามาพักไว้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่านายราชศักดิ์มีความผิดตามมาตรา 307 308 311 ประกอบมาตรา 313 และความผิดตามมาตรา 312(2)(3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535。

There is currently no way for India to take China’s place in the European Union’s economic relations.

A European FTA With India Is Not a Counterweight to China
Credit: Pixabay

As India and the European Commission formally resumed their Free Trade Agreement (FTA) negotiations this year, we witnessed a mushrooming of commentaries on the significance of the development. The torturous and inconclusive talks to reach such a deal had been abandoned years ago. They’ve been resurrected now, but what changed??

One line of argument is that the EU is seeking to balance China. While some of the European countries are increasingly critical of China at the political level, and growing more concerned about Chinese entities at the security level, the EU and its economic powerhouses remain intertwined with the Chinese economy. Thus, it is claimed by a part of the commentariat, enhancing economic relations with India would allow the EU to find a counterweight, to be overall less dependent on China for trade and investment. For instance, in vain pursuit of causation, some were quick to point out that in May, the announcement of the return to FTA negotiations with India was soon followed by a declaration that the EU was freezing the ratification of the Comprehensive Agreement on Investment with China.

This, however, is a fallacious argument. There is currently no way for India to take China’s place in the EU’s web of economic relations, in terms of the scale of both trade and investment. As for the latter, in 2019, the value of the EU’s FDI in China was 2.6 larger than its FDI in India (198.7 billion euro to 75.8 billion euro, respectively). Chinese FDI inflows into the EU were also overall larger than Indian FDI over the past years. While a 2020 Rhodium Group-MERICS report showed that Chinese FDI in Europe sharply declined in the 2017-2019 period, that does not necessarily mean Indian companies are comparable rivals when it comes to their capacity to invest in the EU. Moreover, what New Delhi and the EU are back to negotiating is a trade agreement (most probably focused on reducing tariffs on trade in goods), and not a deal to liberalize bilateral investment, although the EU is signaling its readiness to open talks on this front as well.

Speaking of trade: In 2020, the EU’s goods trade with China was worth nearly nine times its trade with India. As the EU Commission admits itself, India was “accounting for 1.8% of EU total trade in goods in 2020, well behind China,” the latter accounting for 16.1 percent of the EU’s trade. In 2019, the total EU-China goods trade was worth 7.2 times more than the total EU-India goods trade (561 billion euro to 77.8 billion euro); in 2018, it was 6.8 times larger (530.6 billion euro to 78 billion euro); in 2017, it was seven times larger (511.6 billion euro to 73 billion euro), and so on.?

Even if we fast-forward to the EU-India FTA, very optimistically assuming it is signed within a few years, China will long remain both a much richer consumer market than India, as well as a massively larger source of exports. It may be argued that the EU’s trade with India is much more healthy, balanced as it is between imports and exports, when compared to its trade with China, which is radically tilted toward a deficit. But this is hardly something that the votaries of the counterweight theory can pick up as a point in this discussion, as in some cases India simply does not produce the goods which China exports to the EU (or produces/exports them on a far smaller scale). Moreover, as a recent MERICS study shows,”‘the EU was strategically dependent on China for 659 of the 5,600 product categories,” such as certain APIs, metals, or electronic goods – meaning that it was importing them nearly only from China and that China had an overwhelming global market share of the same goods.?

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Explaining anything by adding “China” or “China-U.S.” to a text has become a sign of intellectual laziness on the part of some commentators. Like pointing to a shadow lurking behind any object, many commentators are now prone to see Chinese actions and the China-U.S. rivalry as explanations to key events across the world. To be sure, the rise of China and its growing tensions with the United States are of great global significance, but there is life outside Washington and Beijing (actually, most of life thrives outside them). Not every phenomenon can be reduced to the rivalry of those two powers.

The same applies to the return of EU-India FTA negotiations. They have a dynamic and reasons of their own. While significant in their own way and in their own league, they certainly cannot lead to India becoming China’s counterweight in European Union’s economic relations.